การเข้าไปเสพคนพาล ก็ฉันนั้น
นรชนใดห่อกฤษณาด้วยใบไม้ แม้ใบไม้ของนรชนนั้น ก็ย่อมหอมฟุ้งไปฉันใด
การเข้าไปเสพนักปราชญ์ก็ฉันนั้น
เพราะเหตุนั้น บัณฑิตรู้ความเปลี่ยนแปลงของตน ดุจห่อใบไม้แล้ว ไม่ควรเข้าไปเสพอสัตบุรุษ
การเจริญภาวนาเป็นทางลัดที่สุดที่จะกลั่นกาย วาจา ใจ ของเราให้ใส สะอาด บริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์เป็นบ่อเกิดแห่งบุญกุศล เป็นทางมาแห่งความสุขและความสำเร็จทั้งมวลในชีวิต ถ้าเรามีความบริสุทธิ์มาก บุญก็เกิดขึ้นได้มาก ถ้ามีความบริสุทธิ์น้อย บุญก็ลดหย่อนลงไป เราจึงควรเจริญภาวนาอย่างสม่ำเสมอทุกๆ วัน เพื่อให้ชีวิตของเรามีความสุขความสำเร็จ จนกระทั่งเข้าถึงความสุขที่แท้จริง อันเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา
กุสาปิ ปูตี วายนฺติ เอวํ พาลูปเสวนา
ตคฺครญฺจ ปลาเสน โย นโร อุปนยฺหติ
ตสฺมา ปลาสปุฏสฺเสว ฐตฺวา สมฺปากมตฺตโน
อสนฺเต นูปเสเวยฺย สนฺเต เสเวยฺย ปณฺฑิโต
อสนฺโต นิรยํ เนนฺติ สนฺโต ปาเปนฺติ สุคฺคตึ
เสพนักปราชญ์ก็ฉันนั้น เพราะเหตุนั้น บัณฑิตรู้ความเปลี่ยนแปลงของตน ดุจห่อใบไม้แล้ว ไม่ควรเข้าไปเสพอสัตบุรุษ ควรเสพแต่สัตบุรุษ ด้วยว่า อสัตบุรุษย่อมนำไปสู่นรก สัตบุรุษย่อมพาให้ถึงสุคติ"
*เรื่องมีอยู่ว่า พระเจ้าพรหมทัต ท่านหลงผิด ไปติดใจในการเสวยเนื้อมนุษย์ จึงทำบาปกรรมจนถูกเนรเทศออกไปจากเมือง พระองค์ได้ไปอาศัยอยู่ใต้ต้นไทรในป่า เปลี่ยนชื่อเป็น โจรโปริสาท คอยดักฆ่าคนที่เดินทางผ่านมา แล้วเอาเนื้อมากิน จนข่าวนี้ลือกันไปทั่วชมพูทวีป
ท้าวสักกะแนะนำว่า ให้บอกโจรไปจับพระเจ้าสุตโสมมา อีกองค์หนึ่ง พระเจ้าสุตโสมท่านเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก พระองค์จะสั่งสอนโจรโปริสาทให้กลับใจ เลิกกินเนื้อมนุษย์ รุกขเทวดาก็ทำตาม ไปแสดงอานุภาพให้โจรเห็น แล้วบอกให้ไปจับพระเจ้าสุตโสมมา วันรุ่งขึ้นโจรไปจับพระเจ้าสุตโสม ในขณะที่ทรงสรงสนานอยู่
เผอิญวันนั้น พระเจ้าสุตโสมมีสัญญาว่า จะกลับไปฟังธรรมจากพราหมณ์ เพราะพระองค์เป็นผู้รักษาสัจจะและใฝ่ในการศึกษา จึงบอกโจรว่า จะขอกลับไปฟังธรรมจากพราหมณ์ตามสัญญาก่อน แล้วจะกลับมาให้กิน ตอนแรกโจรโปริสาทไม่ยอมเชื่อว่า คนที่พ้นจากมือของตนไปแล้วจะยอมกลับมาอีก แต่ครั้นพระเจ้าสุตโสมปฏิญาณถึงสัจจะของพระองค์ แล้วจะทำการสาบาน จึงยอมปล่อยตัวไป และคิดว่า ถ้าพระเจ้าสุตโสมไม่กลับมาก็ไม่เป็นไร ตนเองก็เป็นกษัตริย์เหมือนกัน จะเอาเลือดจากแขนของตนมาบูชายัญแทน
เมื่อพระเจ้าสุตโสมกลับไปฟังธรรมและพระราชทานรางวัลแก่พราหมณ์แล้ว ก็ไปทูลลาพระราชบิดาพระราชมารดา แล้วเสด็จกลับไปหาโจรโปริสาทอีกครั้ง ขณะนั้น โจรกำลังก่อไฟ และนั่งถากหลาวอยู่ เมื่อเห็นพระเจ้าสุตโสมเสด็จมาก็ดีใจ แต่อดแปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมพระเจ้าสุตโสมถึงได้รักสัจจะยิ่งกว่าชีวิต ทั้งๆ ที่ทรงรู้ว่า หากกลับมาจะต้องถูกโจรเช่นตนกินเนื้อของพระองค์อย่างแน่นอน จึงทูลถามว่า "พระองค์เห็นอานิสงส์อะไรในสัจจะ ถึงได้ยอมทิ้งปราสาทราชมณเฑียร และทุกสิ่งทุกอย่างแม้ชีวิตกลับมาอีก"
โจรโปริสาทมองดูพระพักตร์อันเบิกบาน และกิริยาที่องอาจดุจพญาราชสีห์ของพระเจ้าสุตโสม แล้วทูลถามว่า "พระองค์ไม่กลัวตายเลยหรือ"
พระเจ้าสุตโสมจึงตรัสพระคาถา อันเป็นพระดำรัสของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระองค์ได้สดับมาจากพราหมณ์ว่า "การสมาคมกับสัตบุรุษเพียงคราวเดียวเท่านั้น ย่อมรักษาผู้สมาคมนั้นได้
พระเจ้าสุตโสมจึงขอพรข้อแรกว่า "ขอให้หม่อมฉัน ได้เห็นพระองค์มีสุขภาพแข็งแรงตลอดร้อยปี"
โจรโปริสาทยอมถวายพรทั้ง ๓ ข้อตามลำดับ
โจรโปริสาทติดรสเนื้อมนุษย์มาก คิดว่าถ้าขาดเนื้อมนุษย์ ตนคงมีชีวิตอยู่ไม่ได้ จึงอ้อนวอนให้พระเจ้าสุตโสมขอพรอย่างอื่นแทน แต่พระเจ้าสุตโสมยังทรงยืนยันว่า จะขอให้โจรเลิกกินเนื้อมนุษย์ และให้โอวาทว่า
"คนใดมัวรักษาของรักอยู่ว่า นี่เป็นที่รักของเรา ทำตนให้เหินห่างจากความดี เสพของรักทั้งหลายอยู่ เหมือน
นักเลงดื่มสุราที่เจือไปด้วยยาพิษฉะนั้น คนนั้นจะได้ทุกข์ในเบื้องหน้า ส่วนบุคคลใดในโลกนี้ รู้สึกตัวแล้ว ละของรักได้ เสพอริยธรรมแม้ด้วยความฝืนใจ คนนั้นจะได้สุขในเบื้องหน้า เพราะความประพฤตินั้นแล"
เมื่อให้โอวาทแล้ว ทรงประสงค์จะให้กำลังใจโจรโปริสาทมีความอาจหาญในการสละเนื้อมนุษย์ จึงตรัสว่า "นรชนพึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ พึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต เมื่อระลึกถึงธรรมะ พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ และแม้ชีวิตทั้งหมดเถิด"
โจรโปริสาทได้ฟังดังนั้น ก็ตัดใจจากความอาลัยในเนื้อมนุษย์ ได้คิดว่า "ท่านสุตโสมเป็นอาจารย์ของเรา และเราได้พูดไปแล้วว่าจะถวายพรแด่พระองค์ ชีวิตเราเกิดมาชาติหนึ่ง ถึงอย่างไรก็ต้องตาย เราจะเลิกกินเนื้อมนุษย์ เพื่อถวายพรแด่พระองค์" ในที่สุดโจรโปริสาทยอมถวายพร เลิกกินเนื้อมนุษย์ แล้วรับศีล ๕ จากพระเจ้าสุตโสม พระโพธิสัตว์ให้โจรโปริสาทรับศีล ๕ และได้พาโจรกลับสู่กรุงพาราณสี ให้ครองราชสมบัติดังเดิม
เราจะเห็นว่า การคบบัณฑิต จะทำให้เราได้รับการถ่ายทอดความรู้และคุณธรรม ทำให้เราพลอยเป็นบัณฑิต ดำรงชีวิตอยู่ด้วยศีล สมาธิ ปัญญาไปด้วย เปรียบเสมือนใบไม้ที่ ห่อหุ้มของหอม ซึ่งจะพลอยหอมตลบอบอวลไปด้วยฉะนั้น















