
CASE STUDY
สุขุมาลชาติ ตอนที่ 50

เกริ่นนำแม้ว่าคำถามของเจ้าของ Case จะจบไปแล้ว แต่เรื่องราวของเจ้าของ Case และเรื่องราวของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ยังไม่จบ ยังมีเรื่องที่น่าศึกษาในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาอยู่อีกมากทบทวนบุคคลในเรื่องหลานชายของท่านเสนาบดีคนสนิทของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ คือ เจ้าของ Caseท่านเสนาบดีคนสนิทของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ คือ คุณลุงของเจ้าของ Case ในชาตินั้น ซึ่งก็คือคุณพ่อของเจ้าของ Case ในชาติปัจจุบันพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ คือ ผู้ใหญ่ที่เจ้าของ Case มีความสนิทสนมคุ้นเคย และท่านก็เอ็นดูเจ้าของ Case มาก (จากคำถามข้อที่ 11)ฝันในฝันหลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ทีแล้วก็นำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรากันนะจ๊ะเมื่อพระอนุชาในพระมหาเถระรับสั่งให้ฝ่ายโยธาธิการของพระองค์ รีบเร่งดำเนินการก่อสร้างพระตำหนักสำหรับใช้เป็นที่ประทับรับรองพระราชาผู้ยิ่งใหญ่อย่างเร่งด่วนแล้ว ทีมงานก่อสร้างทุกๆคนต่างก็รีบเร่งดำเนินการก่อสร้างพระตำหนักหลังนี้กันอย่างเต็มที่เต็มกำลัง เพื่อที่พระตำหนักหลังนี้จะได้สร้างเสร็จทันตามกำหนดเวลา ตามที่พระอนุชาในพระมหาเถระทรงตั้งพระทัยเอาไว้ นั่นก็คือสร้างเสร็จก่อนที่พระราชาผู้ยิ่งใหญ่จะเสด็จเดินทางมาถึง
แต่ด้วยความที่พระอนุชาในพระมหาเถระทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้พระตำหนักหลังนี้ มีลักษณะเหมือนพระตำหนักของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ทุกประการ ดังนั้น จึงทำให้ทีมงานก่อสร้างทุกคนเกิดความรู้สึกหนักใจกับการก่อสร้างพระตำหนักหลังนี้เป็นอย่างมาก เพราะด้วยเนื้องานที่ค่อนข้างละเอียดและมากขนาดนี้ แต่กลับมีเวลาก่อสร้างไม่กี่เดือน
ถ้าหากดูกันเผินๆ การก่อสร้างในครั้งนี้ก็เหมือนจะไม่มีอะไรน่าหนักใจมากมายนัก แต่ถ้าดูเข้าไปในรายละเอียดแล้วก็จะเห็นว่า การก่อสร้างพระตำหนักหลังนี้มีความยากลำบากมาก ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่ารูปแบบสถาปัตยกรรมของแคว้นของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่และแคว้นของพระอนุชาในพระมหาเถระ ต่างก็มีลักษณะและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันอยู่พอสมควร และที่สำคัญที่สุดการก่อสร้างครั้งนี้ยังถูกจำกัดด้วยระยะเวลาอีกต่างหาก
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้การก่อสร้างพระตำหนักสำหรับใช้เป็นที่ประทับรับรองพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ไม่น่าที่จะสร้างเสร็จทันตามกำหนดเวลาที่พระอนุชาในพระมหาเถระทรงตั้งพระทัยเอาไว้
ดังนั้น เมื่อการก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่พระอนุชาในพระมหาเถระทรงกำหนดเอาไว้ พระองค์ก็ทรงมีพระราชดำริที่จะใช้แผนการสำรองในทันที โดยพระอนุชาในพระมหาเถระได้รับสั่งให้คณะทำงานที่ดูแลเรื่องการต้อนรับเสด็จพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ รีบไปจัดเตรียมพระตำหนักรับรองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เพื่อไว้ใช้เป็นที่ประทับรับรองของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ แทนพระตำหนักหลังใหม่ที่พระอนุชาในพระมหาเถระทรงตั้งพระทัยที่จะสร้างเพื่อเป็นการถวายการต้อนรับ ในการเสด็จเดินทางมาเยือนของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่โดยเฉพาะ
เมื่อพระอนุชาในพระมหาเถระได้ทรงตัดสินพระทัยที่จะใช้พระตำหนักรับรองหลังเดิม สำหรับใช้เป็นที่ประทับรับรองในการเสด็จเดินทางมาของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้แล้ว พระอนุชาในพระมหาเถระก็ทรงเรียกท่านเสนาบดีคนสนิทของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ และท่านเสนาบดีระดับสูงอีกท่านหนึ่ง มาเป็นที่ปรึกษาเรื่องการจัดเตรียมสถานที่สำหรับใช้เป็นที่ประทับรับรองในการเสด็จมาของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่
ซึ่งท่านเสนาบดีของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองท่าน ต่างก็ยินดีและอาสาที่จะช่วยประสานงานในเรื่องการจัดเตรียมสถานที่สำหรับใช้เป็นที่ประทับรับรองพระราชาของตนกันอย่างเต็มที่ เพราะสิ่งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่ทำให้ท่านเสนาบดีทั้งสอง ต่างตัดสินใจออกเดินทางมาก่อนล่วงหน้า
จากนั้น พระอนุชาในพระมหาเถระก็ทรงชวนท่านเสนาบดีของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองท่าน ให้ร่วมเดินทางไปกราบพระมหาเถระอดีตพระราชาที่วัดใหม่พร้อมกับพระองค์ ทั้งนี้เพื่อจะได้ให้ท่านเสนาบดีทั้งสองซึ่งถือเป็นตัวแทนของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ได้เล่าถึงที่มาที่ไปในการเสด็จเดินทางมาในครั้งนี้ของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ให้พระมหาเถระอดีตพระราชาได้ทรงรับทราบอย่างคร่าวๆ
เพราะด้วยความที่พระมหาเถระอดีตพระราชาและพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ต่างก็ไม่เคยได้พบปะเจอะเจอกันมาก่อน ดังนั้น ถ้าหากพระมหาเถระอดีตพระราชาได้ทรงทราบถึงวัตถุประสงค์ในการเสด็จเดินทางมา ร่วมถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับพระราชาผู้ยิ่งใหญ่มากเท่าไหร่ ก็จะเป็นผลดีต่อการเสด็จเดินทางมาในครั้งนี้ของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่มากเท่านั้น
เมื่อท่านเสนาบดีคนสนิทของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ และท่านเสนาบดีระดับสูงได้ฟังพระอนุชาในพระมหาเถระตรัสเช่นนั้น ทั้งสองท่านต่างก็ตอบตกลงที่จะเดินทางไปกราบพระมหาเถระอดีตพระราชาพร้อมกับพระอนุชาในพระมหาเถระในทันที เพราะถึงแม้พระองค์จะไม่ทรงชวนในครั้งนี้ ท่านเสนาบดีทั้งสองก็มีความคิดที่จะเดินทางไปกราบพระมหาเถระอดีตพระราชาอยู่แล้วโปรดติดตามตอนต่อไป....


















