วันหนึ่งขณะที่มโหสถกุมารกำลังวิ่งเล่นกับเหล่าสหาย ภายในสนามเด็กเล่นท่ามกลางหมู่บ้าน พลันมหาเมฆก็ตั้งเค้าทะมึน ไม่ช้าก็โปรยปรายละอองฝนลงมา สายฝนตกกระหน่ำถี่ขึ้นเป็นลำดับ จนเหล่ากุมารต้องรีบวิ่งหนีฝนกันอลหม่าน มโหสถกุมารเห็นความเป็นไปเช่นนั้น ก็ให้นึกสมเพชเวทนา จึงคิด..?
ตอนแรกที่นั่ง ก็มืดมิดครับ ไม่เห็นอะไร พอนั่งไปนานๆ ก็รู้สึกว่า มีแสงสว่างเกิดขึ้น แสงสว่างจากน้อยๆ จะค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆ ผมรู้สึกปีติและมีความสุขมากๆครับ
“เราพินาศไปในปากงูร้าย ยังดีกว่าตายในนรกอันร้ายกาจ” ดำริดังนี้แล้วก็ทรงประทับนั่งนิ่งเหมือนเข้านิโรธสมาบัติ
พระราชบิดาของเรา ทำบาปกรรมใหญ่หลวงนัก คงไม่พ้นจากการเสวยทุกข์ในนรกเป็นแน่ หากปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้ ต่อไปในภายหน้า แม้เราเองก็จะต้องตัดสินคดีความดุจเดียวกับพระราชบิดา
ขณะนี้กระแสการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในบังกลาเทศ กำลังชัดเจนมากขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลจากการร่วมมือกันของชาวพุทธจากไทยและบังกลาเทศนับตั้งแต่ได้ถวายองค์พระธรรมกาย 250 องค์แก่วัดต่างๆ ในปี พ.ศ. 2553
สื่อมวลชนเสนอข่าวงานบุญ พิธีมอบโล่พระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และโล่เกียรติยศโครงการตอบปัญหาธรรมะ “ทางก้าวหน้า” รางวัลคุณภาพฟื้นฟูศีลธรรมโลก-โล่วัชรเกียรติยศตอบปัญหาศีลธรรมเพื่อสันติภาพโลก (World-PEC)
ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี อัญเชิญโล่พระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการตอบปัญหาธรรมะ “ทางก้าวหน้า” ครั้งที่ 42 โดยมีสื่อมวลชนหลายแห่งให้การเผยแพร่ข่าวสารนี้
สุชาตกุมารเห็นบิดาห่วงใย ให้ข้อคิดอย่างสมคะเน แล้วก็เร่งกล่าวให้สติบิดากลับไปตามอุบาย “ท่านพ่อ วัวตัวนี้หาได้มีชีวิตแล้ว เหมือนท่านปู่ของลูกเช่นกัน แต่ยังมีศีรษะ มีปาก มีร่างกาย หู หาง ครบถ้วนอยู่ ย่อมต้องกินหญ้าที่ลูกนำมาเซ่นได้สิขอรับ ” “มันกินไม่ได้หรอกลูกเอ้ย มันตายไปแล้ว ” “ลูกเข้าใจว่ามันต้องกินหญ้านี้ได้ เพราะขนาดท่านปู่มิได้มีร่างกายเหลืออยู่แล้ว เหลือเพียงเถ้ากระดูกมนสถูป แต่ท่านพ่อยังนำดอกไม้เครื่องหอมต่าง ๆ แล้วก็อาหารคาวหวานไปร้องบอกท่านปู่ให้กินอยู่เลยขอรับ ”