พระพุทธเจ้าตรัสว่า จิตผ่องใสไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นที่ไป เมื่อจิตเศร้าหมอง ไม่ผ่องใส ทุคติเป็นที่ไป ส่วนใจที่ไม่ใสไม่หมอง ไปได้ทั้งสุคติ และทุคติหรืออาจจะไปยมโลกก็ได้
เมื่อจิตไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นที่ไป เมื่อจิตเศร้าหมอง ทุคติเป็นที่ไป
ผู้ที่หมั่นทำบุญสร้างบารมีอยู่เป็นนิจ เมื่อละโลกแล้วย่อมไปบังเกิดบนสุคติโลกสวรรค์ มีความสุขในเทวโลก
เราได้ถวายการเป่าสังข์บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า วิปัสสี...ด้วยบุญนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๑๖ ครั้ง มีนามว่า มหานิโฆสะ ผู้มีเสียงไพเราะ ทรงพลานุภาพกึกก้องทั่วทุกทิศ มีกำลังอันเกิดจากบุญ
เมื่อจิตผ่องใสย่อมไปสวรรค์ สมดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ใน จิตตฌายีสูตร ว่าด้วยจิตผ่องใสย่อมไปสวรรค์
สิ่งที่เราเคยทำอะไรไปในภพชาติที่ผ่านมาไม่ว่าบุญหรือบาป ไม่ได้สูญหายไปไหน แต่จะติดอยู่ในตัวของเรา ทำให้ชีวิตไม่ปลอดภัยในสังสารวัฏตราบที่เรายังต้องเวียนว่ายตายเกิด
กลอนวันพระ รวมกลอนวันนี้วันพระ วันนี้วันพระ พรุ่งนี้วันพระ กลอนธรรมะวันพระ ภาพสวยๆ
“ภิกษุทั้งหลาย เวลาที่ทรงคุณค่าที่บุคคลให้เป็นไปโดยชอบแล้วย่อมทำให้ถึงความสิ้นอาสวะโดยลำดับ เวลาที่ทรงคุณค่า 4 อย่าง คือเวลาฟังธรรมตามกาล เวลาสนทนาธรรมตามกาล เวลาทำความสงบของใจและเวลาพิจารณาธรรมให้เกิดความรู้แจ้ง” (ทุติยกาลสูตร)
ด้วยผลแห่งการสั่งสมบุญเรื่อยมาจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต ทำให้ก่อนละโลกใจของเธอใสสว่าง และมีสุคติเป็นที่ไป มีความสุขในปรโลก