ในสมัยหนึ่งมนุษย์จำนวนมากนิยม แล่นเรือไปเพื่อค้าขาย เมื่อเรือไปถึงกลางมหาสมุทรเกิดอับปางลง มนุษย์ทั้งหลายต่างล้มหายตายจาก กลายเป็นอาหารของปลาและเต่า แต่มีชายคนหนึ่งได้อาศัยแผ่นกระดาน พยายามตะเกียกตะกายแหวกว่ายมาจนถึงฝั่ง เนื่องจากว่ายน้ำเป็นเวลานานหลายวัน เสื้อผ้าขาดวิ่นไปหมด เขามองไม่เห็นอะไรพอที่จะนุ่งห่มได้ เลยเอาเชือกปอมัดพันกับใบไม้แห้งใช้ห่มแทนเสื้อผ้า พวกมนุษย์สำคัญผิดว่า บุรุษนี้น่าจะเป็นพระอรหันต์
บทความนี้นำเสนอเกี่ยวกับการแข่งขันกับเวลาและความสำคัญของการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดในชีวิต
อย่าปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ ภาษาอังกฤษ Don’t Let Time Pass By Uselessly บทความภาษาอังกฤษสั้นๆ แต่ลึกซึ้งจากคำสอนอันทรงคุณค่าของคุณยายอาจารย์ . . .
คำคมสอนใจกับธรรมะใสๆ ที่ให้แง่คิดมุมมองดีๆ กับชีวิต สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น
ผมทำตามที่พระอาจารย์บอก รู้สึกตัวเบาเหมือนลอยขึ้นจากพื้น เห็นแสงสีขาวสว่างจ้า ผมมองดูไปเรื่อยๆ ก็เห็นก้อนเมฆสีขาว ข้างบนมีพระภิกษุรูปหนึ่ง เป็นแก้วใสๆ ผมปลื้มปีติมากเลยครับ
คุณแม่ของผมมีชีวิตที่ลำบากมาตั้งแต่เด็ก ต้องช่วยคุณตาคุณยายทำงานตั้งแต่อายุ ๘ ขวบ โดยรับจ้างเก็บพริกและแบกขนมไปขาย ทำงานหนักจนเลือดในตัวข้นจัด นอนแล้วขยับตัวไม่ได้
เวลา ๑๐๐ ปีในโลกมนุษย์ เท่ากับชั่วครู่เดียวในสวรรค์เท่านั้นเอง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการทำความดี ดังนั้นเราจึงไม่ควรประมาทในวัยและชีวิต จำเป็นที่จะต้องหมั่นประกอบความดี สร้างบารมีโดยไม่มีข้อแม้ ข้ออ้าง และเงื่อนไข เพื่อจะได้ดำเนินชีวิตไม่ผิดพลาด รีบสั่งสมบุญติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ เพราะบุญเป็นเพื่อนแท้ในการเดินทางไกลในสัมปรายภพ
จากนั้น เมื่อลูกๆนำความรัก และห่วงจากดวงใจของหลวงพ่อ ที่เป็นที่หนึ่งในใจของอาม่า มาบอกให้ฟัง อาม่าจึงทิ้งอายุ 86 ปี ที่เคยคิดว่าเป็นอุปสรรคไว้เบื้องหลัง แล้วมาวัดทุกอาทิตย์ นั่งสมาธิทุกวันมิได้ขาด เมื่อเริ่มทำ ก็ทำได้ เมื่อเริ่มนั่ง ก็นั่งดี เมื่อเริ่มเข้าที่ อะไรๆมันก็ง่าย
สะท้อนบทเรียนชีวิตจากกิจวัตรประจำวัน ชวนสำรวจบาปบุญตามกฎแห่งกรรมและกระตุ้นให้เราหมั่นทำความดี เพื่อสร้างคุณค่าให้กับชีวิตก่อนที่วันและเวลาจะล่วงเลยไปโดยไร้ประโยชน์
เวลาในแต่ละวันของทุกคนมีเท่ากัน อุปมาเหมือนช่องว่างในถัง แตกต่างกันตรงที่เอาเวลาไปใช้กับเรื่องอะไรก่อน