นับแต่นั้นมา พระเจ้าวิเทหราชก็ได้ผูกปัญหาส่งไปทดสอบชาวปาจีนยวมัชฌคามอย่างต่อเนื่องมิ ได้ขาด ทั้งนี้ทรงมีพระราชประสงค์จะวัดปัญญานุภาพของมโหสถบัณฑิตแต่เพียงผู้เดียว เท่านั้น แต่ครั้นจะทรงส่งปัญหาไปถึงมโหสถโดยตรง ก็เกรงว่าจะเป็นการจำเพาะเจาะจงจนเกินไป ดังนั้น จึงได้มอบให้เป็นภาระของชาวปาจีนยวมัชฌคามทุกคนที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่นับวันปัญหานั้นก็จะยิ่งทวีความยากขึ้นไปเรื่อยๆ
ไม้ท่อนนั้นแม้มองด้วยสายตาจะเห็นว่าเท่ากันทั้งสอง ด้าน แต่เมื่อได้วางลงไปในน้ำ แทนจะจมลงไปในน้ำเท่ากัน กลับกลายเป็นว่า ข้างหนึ่งกลับจมลงไปมากกว่าอีกข้างหนึ่ง เมื่อผลปรากฏเป็นเช่นนี้ มโหสถกุมารจึงชี้บอกมหาชนในที่นั้น ให้สังเกตดูลักษณะการจมลงของท่อนไม้ว่า
การอธิษฐานนี้ เป็นบารมีอย่างหนึ่ง ที่เราต้องทำให้สม่ำเสมอทุกๆ วัน การอธิษฐานที่ถูกวิธี ไม่ใช่ไปอธิษฐานกับภูเขาต้นไม้ ทรงเจ้าเข้าผี หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่ให้ระลึกนึกถึงบุญกุศลความบริสุทธิ์ ที่เราได้สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน อีกทั้งอานุภาพของพระรัตนตรัยที่ไม่มีประมาณ นึกถึงสิ่งประเสริฐเหล่านี้ แล้วอธิษฐานจิตตั้งความปรารถนาในสิ่งที่ดีงาม เราจะสมปรารถนาในที่สุด
ภาพที่เห็นเหล่านี้ ทำให้นึกถึงเมืองไทยทันที ซึ่งไม่ได้หมายความว่า Homesick แต่กลับระลึกถึง “ผู้มีบุญ” ที่อยู่ เมืองไทย ที่กำลังสนุกสนาน บุญบันเทิง กับการสร้าง “โมดูล” ทำบุญสร้าง “หลังคา” มหารัตนวิหารคด แถมยังจะร่วมประกอบพิธี “เทคอนกรีตเสาค้ำฟ้า” ใน “วันครูวิชชาธรรมกาย” อีกด้วย เราจึงได้ข้อคิดในใจว่า. . .
สิริวัฒกะเศรษฐีกล่าว พลางยื่นท่อนไม้ตะเคียนคืบหนึ่งส่งให้มโหสถดู “พระราชาทรงมีพระบรม ราชโองการมา ให้พวกเราพิจารณาท่อนไม้นี้ว่า ทางไหนเป็นโคน ทางไหนเป็นปลาย แม้นไม่รู้จะทรงปรับสินไหม 1000 กหาปณะ เราทุกคนในที่นี้ ต่างจนปัญญาไปตามๆกัน ยังไม่อาจจะชี้ได้เลย ว่าทางไหนเป็นโคน ทางไหนเป็นปลาย ลูกพอจะรู้ได้ไหมล่ะ”
ลูกได้หาทางออกให้กับชีวิตโดยการ “คิดฆ่าตัวตาย” และสิ่งที่ช่วยชีวิตลูกไว้ได้ทุกครั้ง นั่นก็คือ คำสอนของคุณครูไม่ใหญ่ ที่พูดว่า..การฆ่าตัวตายมันเป็นบาปมาก และหลังจากตายไปแล้ว ต้องไปชดใช้กรรมอย่างทรมานยาวนานกว่านี้อีกหลายเท่านัก
สรุปประเด็นร.ร.อนุบาลฯ วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557 - กรอบล๊อกเก็ตคุณยาย - ตักบาตรสามแผ่นดิน อ. แม่สาย จ.เชียงราย - ตักบาตรจ.ระนอง วันที่ 16 มีนาคม - บันทึกประวัติศาสตร์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาบนยอดดอย ฯลฯ
จากตอนที่แล้ว พระราชโอรส ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กไปแล้วโดยปริยาย ก็ได้พาพวกเด็กๆ ไปเที่ยวงานเทศกาลในส่วนอื่นๆ ต่อ โดยมีท่านมหาเสนาบดี พร้อมกับเพื่อนๆ ของท่าน ตามไปด้วย แล้วทั้งหมดก็เดินมาถึงบริเวณพิธีที่สำคัญที่สุดในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ นั่นก็คือการชิงช่อดอกไม้