เรื่องของพญานาค ยังเป็นที่ถกเถียงกันโดยทั่วไปว่า จริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆทุกปีจะมีผู้คนจำนวนมาก เดินทางไปยังริมฝั่งแม่น้ำโขง ในวันออกพรรษา เพื่อรอชมบั้งไฟพญานาค บางคนก็ได้เห็น บางคนก็ผิดหวัง...Case Study ตอนนี้เป็นตอนพิเศษ เป็นเรื่องราวจากประสบการณ์ของผู้เขียน เล่าเหตุการณ์ที่เธอได้พบเห็นพญานาคแบบจะจะ ด้วยตาเนื้อ...
ประเพณีบุญบั้งไฟ ประวัติความเป็นมาของบุญบั้งไฟประเพณีบุญบั้งไฟในแง่ต่างๆ ภาพงานบุญบั้งไฟ ความรู้ทั่วไปเรื่องบุญบั้งไฟ
1. อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เป็นจุดชมที่มีชื่อเสียงที่สุด เดินทางได้สะดวก อยู่ไม่ไกลจากตัวจังหวัด ซึ่งอำเภอโพนพิสัยมีจุดชมบั้งไฟพญานาคหลายจุดครับ ที่แนะนำจุดแรก คือ บริเวณพุทธอุทยานนานาชาติ เป็นจุดที่เมื่อสองปีก่อนมีการบันทึกว่าพบบั้งไฟพญานาคมากที่สุด จุดนี้เองเป็นจุดที่มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา มีการปล่อยโคม (จัดกิจกรรมโดยวัดพระธรรมกาย)
ประเพณีไหลเรือไฟ เป็นประเพณีของชาวอีสาน ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “เฮือไฟ” จัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูชารอยพระพุทธบาทของพระเจ้า ณ ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที
เช้าวันนี้ (8 ต.ค.) พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศพร้อมใจกันทำบุญตักบาตร เนื่องในวันออกพรรษาขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 และเป็นวันพระใหญ่ ขณะที่หลายพื้นที่จังหวัดริมแม่น้ำโขงในแถบภาคอีสาน โดยเฉพาะหนองคาย บึงกาฬ นครพนมและอุบลราชธานี มีกิจกรรมเกี่ยวกับการไหลเรือไฟและบั้งไฟพญานาคควบคู่ไปด้วย
ขณะที่ผมหันหลังมา ก็ต้องตกใจจนทิ้งไม้กวาด แล้วรีบนั่งคุกเข่าพนมมือ ตอนนั้นเหมือนผมโดนสะกดยังไงก็ไม่ทราบครับ เพราะพระรูปที่ผมเห็นมีลักษณะแตกต่างจากพระทั่วไป
กองบังคับการตำรวจทางหลวงประชาสัมพันธ์มายังผู้ใช้รถใช้ถนนที่จะเดิน ทางออกไปท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในจังหวดต่างๆช่วง เทศกาลสงกรานต์ หลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดหนาแน่นในเส้นทางหลักที่มุ่งหน้าสู่ภาคต่างๆหัน มาใช้เส้นทางหลีกเลี่ยงเพื่อความสะดวกรวดเร็วและถึงที่หมายได้ปลอดภัย
การธุดงค์จาริกไปของพุทธบุตรในครั้งนี้ นอกจากจะรื้อฟื้นประเพณีการใส่บาตรของญาติโยมให้กลับมาเฟื่องฟูขึ้นอีกครั้ง อีกกิจกรรมหนึ่งในชุมชน ที่นับวันจะเลือนหาย แต่มาบัดนี้ ภาพความงดงามในอดีตได้หวนกลับคืนมาอีกครั้ง คือการที่ชาวบ้านหันมาดูแลเอาใจใส่ ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาทำความสะอาดวัดซึ่งถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน