พุทธประวัติ พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน
ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน มวลมนุษยชาติต่างปรารถนาจะให้โลกมีสันติสุขอย่างแท้จริง แต่ไม่มีใครรู้ว่า สันติสุขที่แท้จริงอยู่ที่ไหน จะเข้าถึงได้อย่างไร จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบว่า การที่จะทำให้เกิดสันติสุขที่แท้จริงนั้น มนุษย์ทุกคนจะต้องปฏิบัติให้เข้าถึงสันติสุขภายใน คือ
ชีวิตเป็นสิ่งที่มีคุณค่า กาลเวลาเป็นสิ่งที่มีความหมาย เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ช้าทุกคนต่างต้องจากโลกนี้ไป แม้ทรัพย์สมบัติภายนอกที่มีอยู่ ก็ไม่อาจนำติดตัวไปได้ สิ่งที่จะติดตัวเราไป มีเพียงบุญกับบาปเท่านั้นเอง หากเราสั่งสมบุญ ชีวิตเราก็จะมีคุณค่า เกิดมาแล้วมีชีวิตไม่ว่างเปล่า เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และผู้อื่น เพราะเราได้ใช้วันเวลาอันน้อยนิดที่มีอยู่ในโลกนี้ สร้างบารมีอย่างเต็มที่โดยไม่ประมาท เช่นเดียวกับพระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลายในกาลก่อน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อยังเป็นโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพระเจ้าสุตโสมได้ตรัสให้โอวาทแก่พญาโปริสาทว่
วิริยบารมี หมายถึง ความเพียร ความแกล้วกล้าที่ไม่เกรงกลัวต่ออุปสรรคใดๆ รวมถึงความกล้าที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น
ธรรมสโมธาน เป็นธรรมอันสำคัญยิ่งที่จะยืนยันว่าพระโพธิสัตว์จะได้รับพุทธพยากรณ์เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต
บุคคลใดก็ตามที่มีความปรารถนาอันยิ่งใหญ่เฉกเช่นเดียวกันกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุคคลผู้นั้นก็จะได้ เนมิตกนาม ว่า พระโพธิสัตว์
กว่าจะได้มาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกๆพระองค์จะต้องทรงผ่านการบำเพ็ญเพียรและสั่งสมบารมีอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เป็นเวลายาวนาน
โอกาสที่หาได้ยากที่สุดในการสร้างบารมีของสรรพสัตว์ทั้งหลาย คือ โอกาสที่ได้อัตภาพเป็นมนุษย์ แม้หมู่สัตว์เหล่าอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ล้วน
พระศรีอริยเมตไตรย์จักทรงมีลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทั้ง 32 ประการ พระองค์จะสูงถึง 88 ศอก และจะทรงมีพระชนม์มายุถึง 80,000 ปี
ดูก่อนมาณพ สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีตได้