คำว่า “ผี” นั้น จริงๆ มาจากคำว่า “ภี” ในภาษาบาลี แปลว่า กลัว ผี หมายถึอดีตมนุษย์ที่เป็นกายละเอียดในระดับภาคพื้นมนุษย์หลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นพวกสัมภเวสี หรือภุมมะเทวา เป็นต้น
สาเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องมาเกิดเป็นภูติที่ชอบใช้วิชาไสยเวทย์สายดำ ในสมัยที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ เนื่องจากพวกเขามีความชอบและสนใจในการศึกษาวิชาไสยเวทย์สายดำอยู่เป็นประจำ
หญิงคนหนึ่งเดินทางไปธุระต่างจังหวัด กับคนขับรถ …ปรากฏว่า อยู่ๆรถก็เกิดเสียกลางดึก บริเวณทางแยกเข้าหมู่บ้าน ข้างทางมีบ้านไม้หลายหลังตั้งเรียงรายตลอดแนวถนนทั้ง 2 ฝั่ง…เด็กหนุ่มคนหนึ่ง อาสาพาคนขับรถ นำแบตเตอรี่ไปชาร์ต จนสามารถเดินทางต่อไปได้จนถึงที่หมาย …วันรุ่งขึ้น ขากลับ เธอตั้งใจแวะที่เดิมเพื่อนำของฝากไปขอบคุณเด็กหนุ่มคนนั้น แต่ปรากฏว่า ไม่มีหมู่บ้านอย่างที่เคยเห็น …
ขณะที่เธอนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล หลังการผ่าตัด เธอมีความรู้สึกเหมือนตัวเองได้ออกไปอยู่นอกร่าง เธอเห็นชายคนหนึ่งนอนทับอยู่ที่ร่างของเธอ เธอพยายามเรียกร้องให้คนช่วย แต่ไม่มีใครได้ยินเธอเลย…ในที่สุดเพราะ นึกถึงพระรัตนตรัย และบุญกุศลที่ได้เคยทำมา เธอก็สามารถกลับเข้าร่างได้สำเร็จ …เกิดอะไรขึ้นกับเธอ เป็นเพียงอุปทาน หรือเป็นเรื่องจริง…
ผีปอบ คือ ผีสายยักษ์ อยู่ในสายการปกครอง ของท้าวเวสสุวัณ ที่เข้าสิงร่างมนุษย์ ก็เพื่ออาศัยร่างมนุษย์กินอาหาร โดยเฉพาะอาหารดิบๆ หรือ สัตว์เป็นๆ
อยากรู้เรื่องนางกวัก อ่านที่นี่..กุมารีทองเมื่อโตขึ้น กลายเป็นนางกวักหรือไม่?,เขาชอบนั่งท้าวแขนและกวักมือจริงๆ ไหม
เธอต้องสูญเสีย บุคคลใกล้ชิดพร้อมกันทีเดียวถึง 6 คน จากอุบัติเหตุ ซึ่งในจำนวนนั้น มี สามี และ ลูกสาว อายุ 11 ปี ของเธอรวมอยู่ด้วย …หลังจากที่สามีเสียชีวิต เธอมีความรู้สึกว่า สามียังคงไม่ไปไหน ยังวนเวียนอยู่กับเธอ เมื่อเธอมีความทุกข์ใจ คิดถึงเขา เขาก็จะมาเข้าฝัน และยังมีเหตุการณ์ที่ทำให้เธอมั่นใจว่า สามีคอยให้ความช่วยเหลือเธออีกด้วย…
ผีบ้าน ผีเรือนก็เป็นภุมมเทวาประเภทหนึ่ง แต่ว่าชั้นล่าง ท่านไม่ได้อยู่ที่ตี่จู๋เอี๊ยะและศาลพระภูมิ ทั้งสองสิ่งนี้เป็นเพียงแค่เชื่อมถึงท่านเท่านั้น เพราะภพภูมิเขาอยู่ซ้อนกับมนุษย์ บางทีเขาก็นั่งหรือนอนอยู่กับเรา
ผี อันที่จริงก็คือ อดีตมนุษย์นั่นเอง คำว่า “ผี” มีความหมายกว้างมาก เพราะรวมถึงกายละเอียดในระดับพื้นมนุษย์หลายๆ อย่างเช่น สัมภเวสี ภุมมเทวา ยักษ์ วิทยาธร เป็นต้น
ท่านจงเจริญพุทธานุสติอันยอดเยี่ยมกว่าภาวนาทั้งหลาย ครั้นเจริญพุทธานุสตินี้แล้ว จักยังมนัสให้บริบูรณ์ จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอดสามหมื่นกัป จักได้เป็นจอมแห่งเทวดาเสวยเทวสมบัติถึง ๘๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ อยู่ในแว่นแคว้น ๑,๐๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณานับมิได้ จักได้เสวยสมบัตินั้นทั้งหมด นี้เป็นผลแห่งการเจริญพุทธานุสติ