อันชื่อว่ามนุษย์ย่อมมีทั้งดีและร้าย เมื่อมีคนที่ทำกรรมดีก็มีคนที่ทำกรรมชั่วเช่นกัน ครั้งหนึ่งเมื่อพระบรมศาสดาเสด็จจาริกไปในหมู่ชนชาวมคธได้เกิดเรื่อพิสดารขึ้น
“พวกเธอจงเชื่อเถิด ขึ้นชื่อว่ามิตร ย่อมเกื้อกูลต่อกันเสมอ แม้มิตรนั้นจะตกต่ำในฐานะ แต่เมื่อจิตใจร่ำรวยดังนี้ มิตรอย่างเราก็ต้องอนุเคราะห์ให้ทรัพย์เป็นทุนกับเขายิ่งๆ ขึ้นไป”
ณ เมืองสาวัตถี มีครอบครัวของเศรษฐีผู้หนึ่งนามว่า อนาถบิณฑิกเศรษฐีได้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นหลังจากรับสะใภ้ที่เป็นลูกสาวของตระกูลใหญ่เข้ามาอยู่ในบ้าน สะใภ้ที่ว่านี้ก็คือนางสุชาดาผู้เป็นน้องสาวของนางวิสาขา สะใภ้ผู้นี้สำคัญตนว่าเป็นลูกสาวของตระกูลใหญ่จึงไม่ยอมก้มหัวให้กับใครเลยในครอบครัวสามี เที่ยวดุด่าเฆี่ยนตีทาสรับใช้ในเรือนของสามีอยู่เป็นประจำ
พระเจ้าวิเทหราชนั้น ทรงปีติปราโมทย์อย่างยิ่ง เกิดความเลื่อมใสในมโหสถบัณฑิตเกินประมาณ จึงได้พระราชทานตำแหน่งเสนาบดีให้แก่มโหสถบัณฑิต จำเดิมแต่นั้นมา มโหสถบัณฑิตก็ปรากฏเกียรติยศยิ่งใหญ่ รุ่งเรืองด้วยทรัพย์และบริวารยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนอาจารย์ทั้ง ๔ นั้น ครั้นเห็นว่า สิ่งที่ตนทำลงไปนั้นกลับกลายเป็นตรงกันข้าม
อาจารย์เสนกะผู้เป็นราชบัณฑิตแห่งมิ ถิลานคร แต่ก่อนนั้นเคยแต่ปราบทิฐิมานะของบุคคลอื่น เป็นที่เคารพนับถือของคนทั้งเมือง แม้แต่พระเจ้าวิเทหราชผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังต้องเชื่อฟัง จะประกอบราชกิจอันใด หากมิได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์เสนกะแล้ว ราชกิจนั้นก็ต้องมีอันหยุดชะงักทันที แต่คราวนี้ อาจารย์เสนกะกลับต้องมาเสียทีให้แก่อิสตรีอย่างสิ้นเชิงชาย
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงสัพพัญญู จึงได้ทรงนำเอาเรื่องในอดีตชาติมาตรัสเล่า มีเรื่องราวดังจะกล่าวต่อไปนี้ บนผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาล อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหาร เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ควรแก่การสถาปนาเป็นมหาอาณาจักร ณ ผืนแผ่นดินนี้เอง ซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งวิเทหรัฐอันรุ่งเรือง ราชธานีมีนามว่า มิถิลานคร เป็นมหานครอันคับคั่งด้วยชาวประชา
วัดพระธรรมกายปาล์มบีช ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จัดงานบุญวันอาทิตย์ เพื่อให้ผู้มีบุญทุกท่านได้ร่วมกันปฏิบัติธรรม
บัดนี้ แผนร้ายของอาจารย์ทั้ง 4 ก็ไม่เป็นความลับสำหรับมโหสถเสียแล้ว ส่วนความลับที่จะเป็นเหตุให้ชีวิตของอาจารย์เสนกะดับวูบนั้นเล่าจะเป็นเช่น ไร
พระราชาทรงปรารถนาจะเล่นชิงช้าพรวนทราย คือ ชิงช้าห้อยที่ทำด้วยเม็ดทรายเนื้อละเอียด ท้าวเธอทรงอ้างเหตุว่า ก่อนนั้นภายในพระราชสำนักเคยมีชิงช้าพรวนทรายอยู่อันหนึ่ง แต่บัดนี้เชือกทรายเส้นเก่าที่ใช้มานาน ก็เริ่มผุขาดลง พระองค์จึงต้องการให้ชาวปาจีนยวมัชฌคามได้ช่วยกันฟั่นเชือกทรายเส้นใหม่มาทำเป็นสายชิงช้า
ท่ามกลางมหาชนที่มารอรับฟังกันอย่างคับคั่ง “เรา..พระเจ้าวิเทหราช ปรารถนาจะเสวยข้าวเปรี้ยวรสเลิศ ที่หุงด้วยวิธีพิเศษ คือถึงพร้อมด้วยองค์ ๘ อันได้แก่๑.ไม่ให้หุงด้วยข้าวสาร ๒.ไม่ให้หุงด้วยน้ำปกติ ๓.ไม่ให้หุงด้วยหม้อข้าว ๔.ไม่ให้หุงด้วยเตาหุงข้าว ๕.ไม่ให้หุงด้วยไฟปกติ ๖.ไม่ให้หุงด้วยฟืน ๗.ไม่ให้หญิงหรือชายเป็นผู้ยกมา ๘.ไม่ให้นำมาตามทางเดิน