พุทธกาลครั้งนั้น ณ เชตวันมหาวิหารในนครสาวัตถี สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพระเมตตาธิคุณต่อพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งกำลังเบื่อหน่ายคลายความเพียรลง ทรงอนุเคราะห์ด้วยพุทธวาจาว่า “ดูก่อนภิกษุ บัณฑิตในกาลก่อนนั้นได้ทำความเพียรที่ไม่น่าจะทำได้ แม้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียงใด ก็มิได้ละความเพียร” แล้วพระพุทธองค์ก็ทรงระลึกชาติด้วย บุพเพนิวาสนุสติญาณด้วยชาดกขึ้นเรื่องหนึ่ง โภชาชานียชาดก ความเพียรอันยิ่งใหญ่
ครั้นทรงสดับว่าลามหัศจรรย์ ท้าวเธอก็ยิ่งทรงฉงนพระทัย จึงตรัสถามว่า “เหตุใด เธอถึงเรียกว่าลามหัศจรรย์เล่า” มโหสถจึงรีบกราบทูลว่า “ลาตัวนี้แหละ จักทำความสงสัยของพระองค์ ให้ถึงที่สุดอย่างไรเล่า พระพุทธเจ้าข้า”
มาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจนึกแคลงใจว่า ธรรมดาพระโพธิสัตว์ย่อมจะรู้อุปการะคุณของบิดามารดา มีความเคารพในบิดามารดาอย่างยิ่งมิใช่หรือ เมื่อเป็นดังนี้ การที่มโหสถบัณฑิตนั่งในที่สูงกว่าบิดา และกราบทูลพระราชาเช่นนั้น จะถือว่าเป็นดูหมิ่นบิดาของตนหรือไม่
เมื่อกษัตริย์แห้งแคว้นโกศลทรงมีนิมิตแห่งความฝันแปลกถึง 16 ประการ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงทํานายความฝัน 16 ประการของพระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นอย่างไร มาติดตามกันค่ะ
ด้านสามเณรในโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนจากที่พักสงฆ์บ้านร่มเย็น จังหวัดนราธิวาส ได้ออกบิณฑบาตเพื่อโปรดญาติโยม ณ ซอยละม้ายอุทิศ
ภาพบรรยากาศการอบรมสามเณร ณ วัดบ้านอุ่มเม้า จ.ร้อยเอ็ด
ขอบคุณทุกท่านที่มีน้ำใจ แต่ทว่าข้าพเจ้ากลับไม่รู้สึกเสียใจด้วยเรื่องนี้ เสียม้าไปแล้ว ไม่แน่อาจเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่งก็ได้
สัตว์ทั้งหลายไม่ควรที่สมณะใช้สอย เราควรแปลงเป็นสิ่งที่ใช้สอยได้ จึงให้ตีราคาม้าสินธพซึ่งมีกำลังวิ่งเร็วดังลม แล้วได้ถวายของที่เป็นกัปปิยะที่สมณะสามารถบริโภคใช้สอยได้เท่ากับราคาม้า ได้มอบกัปปิยภัณฑ์แด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ เราเข้าถึงในกำเนิดใดๆ คือ ความเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ม้าอาชาไนยอันมีกำลังวิ่งเร็วดังลม สวยงามองอาจ ย่อมเกิดขึ้นแก่เรา และมีพาหนะที่วิเศษล่วงพาหนะของชนทั้งหลายในโลก
คุณพ่อหารายได้พิเศษให้แก่ครอบครัว โดยการไปเป็นพนักงานขายบัตรผ่านประตูสนามม้าแข่ง การขายบัตรผ่านประตูในสนามม้าแข่งจะมีผลกรรม และส่งผลกับคุณพ่อหรือไม่อย่างไรคะ