ณ ถิ่นกำเนิดพระพุทธศาสนานั้นยังมีการถือชนชั้นกีดกันวรรณะกันอย่างรุนแรงแม้แต่ในหมู่พระประยูรญาติขององค์พระพุทธศาสดาเอง อุษาสางวาระหนึ่งเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอดส่องพระญาณก็ทรงพบว่า ความทุกข์เวทจากวรรณะได้เกิดกับพระญาติแห่งศากยวงศ์
บุคลากรและพนักงานที่ทำงานเตรียมอาหารสำหรับถวายพระ อุปัฏฐากพระ ทำความสะอาดที่หอฉันคุณยายฯ รวมถึงพนักงาน ทีมงานต้อนรับเจ้าภาพที่หอฉัน จะได้รับอานิสงส์อย่างไรบ้าง
คณะกรรมาธิการ ศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะ และวัฒนธรรม วุฒิสภา จัดสัมมนา เรื่องวิถีพุทธ วิถีพราหมณ์ กับวิถีความเป็นไทย
สุวโปดกจึงชักอุปมาว่า “สาลิกา จ๋า อย่าว่าแต่เธอกับฉันเลย แม้แต่ในหมู่มนุษย์ พระราชามหากษัตริย์ก็ยังอยู่ร่วมกับหญิงจัณฑาลได้เลย เรื่องชาติชั้นวรรณะไม่สลักสำคัญอันใดดอกจ้ะ เธอไม่เคยได้ยินหรือว่า รักแท้ย่อมไม่มีพรมแดน สิ่งใดๆก็มิอาจกั้นขวางความรักได้เลย เพราะรักแท้ขึ้นอยู่กับความปรารถนาในกันและกันต่างหากเล่า”
บุคคลไม่ได้เป็นคนเลวเพราะชาติ ไม่ได้เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติกำเนิด แต่เป็นคนเลวทรามเพราะกรรม เป็นผู้ประเสริฐก็เพราะกรรมเท่านั้น
พุทธกาลสมัยหนึ่งครั้งเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสงฆ์สาวกทั้งหลายกลับจากกรุงราชคฤห์ แผ่นดินมคธมาสู่พระเชตวันมหาวิหาร ณ นครสาวัตถี ในโกศลรัฐนั้น สิ่งร้าวรานที่เกิดจาก เทวทัตเถระ กระทำย่ำยีต่อพระพุทธศาสนาในการแบ่งแยกหมู่สงฆ์และสะพิงบัญญัติใหม่แปลกไปจากพุทธวินัยในแคว้นมคธก็กลายเป็นข้อวิภาคเจ็บร้อนขึ้นในธรรมสภา
“ในการมาสัมมนาครั้งนี้ เราไม่ได้มาแค่เพียงคุยกันเท่านั้น แต่ถึงเวลาแล้ว ที่จะลงมือปฏิบัติให้เกิดผลจริงจังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากที่อินเดียรวมคนได้เก่งมาก หลวงพ่อจึงอยากเห็นการจัดบวชสามเณร 1ล้านรูป”
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทายกผู้ให้โภชนะ (อาหาร) เป็นทาน ชื่อว่าให้ฐานะ 5 อย่างแก่ปฏิคาหก (ผู้รับ) 5 อย่างเป็นไฉน คือ