สุธรรมาเทวสภา เป็นวิมานที่รุ่งเรืองด้วยแก้วไพฑูรย์ มีเสา ๘ เหลี่ยม ที่ทุกๆ เสาทำด้วยแก้วไพฑูรย์ ช่างวิจิตรตระการตาและงดงามยิ่งนัก พระเจ้าเนมิราชได้ตรัสถามมาตลีเทพสารถีว่า วิมานหลังนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาลนัก เกิดขึ้นมาได้อย่างไร และเป็นวิมานของใครกัน ส่วนว่าเพราะเหตุใด เทวสภาแห่งนี้จึงเกิดขึ้นมาได้นั้น มีความเป็นมาดังนี้
จนกระทั่งปัจจุบัน กระผมได้มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด กระผมจึงใช้วิธีประชุมปรึกษาหารือ ขอประชามติ โดยกราบนิมนต์เจ้าอาวาสทุกวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เรียกมาหมด ขอคำหารือจนได้โครงการ วัดไม่ใช่บาร์...ศาลาไม่ใช่บ่อน ออกมา กระผมจะทำโครงการนี้ไปเรื่อยๆ แม้จะต้องทำไปตลอดชีวิตถึงจะสำเร็จ กระผมก็จะทำ เพราะกระผมคิดว่า เราเดินทางผิดกันมาไกลแล้ว หากไม่เริ่มทำในสิ่งที่ถูกต้อง สังคมของเราต้องแย่แน่ๆ
ในตอนนี้ ท้าวสักกเทวาธิราช จอมเทพผู้เป็นใหญ่ในภพดาวดึงส์ ทรงตรวจตราดูโลกมนุษย์ด้วยทิพยเนตร ทราบว่า พระโพธิสัตว์ซึ่งมาบังเกิดเป็นกุมาร เธอได้นามว่า มโหสถกุมาร บัดนี้เจริญวัยได้ ๗ ขวบแล้ว ท้าวเธอจึงดำริ์ที่จะเสด็จมาเพื่อทดลองปัญญามโหสถบัณฑิต แต่จะทดลองด้วยวิธีใดนั้น
ยักษิณีตนหนึ่งซึ่งสิงสถิตอยู่ในราวป่า ถูกความหิวบีบคั้นมานาน เฝ้ารอคอยโอกาสที่จะจับมนุษย์ผู้อ่อนแอกินเป็นอาหาร ครั้นเห็นหญิงนั้นอุ้มลูกน้อยผ่านมาทางที่อยู่ของตน ก็ปรารถนาจะกินทารกนั้นเป็นอาหาร จึงติดตามมาจนถึงสระโบกขรณี จ้องหาโอกาสที่จะชิงทารกไปจากอ้อมอกของนาง
ในที่สุดศาลาหลังนี้จึงปรากฏว่าสง่างามล้ำสมัย เปรียบได้กับสุธรรมาเทวสภาบนสรวงสวรรค์ ได้ชะลอมาสู่ภพมนุษย์ ด้วยเหตุที่มโหสถบัณฑิตได้จัดการทุกสิ่ง โดยมุ่งเพิ่มพูนทานบารมีของตนให้ยิ่งๆขึ้นไป ศาลาหลังนี้จึงได้ก่อประโยชน์แก่มหาชนเป็นอันมาก ในกาลนั้น มโหสถบัณฑิตได้รับความเคารพ นบนอบ บูชา ได้เป็นเสมือนกาลสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์น้อยๆ เสด็จอุบัติขึ้นในโลกทีเดียว
คำถาม : ผมอยากรู้ว่า ทำไมเราถึงทิ้งซากพระพุทธรูปที่ผุพังเสียหาย ไว้ใต้ต้นโพธิ์ด้วยครับ
โจรสบโอกาสก็คว้าเชือกสนสะพายที่ผูกรั้งจมูกโคเอาไว้ นึกกระหยิ่มใจว่า “เจ้าหนุ่มนี่ขี้เซาจริง เขาลักโคของตนก็ยังไม่รู้ ช่างเป็นลาภของเราหนอ ที่ได้โคมาเปล่าๆ นี่ถ้าเอาไปขายต่อ ก็คงจะได้กำไรงาม” แต่เหตุการณ์กลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด แล้วเหตุการณ์จะเป็นเช่นไร
อาจารย์เสนกะจินตนาการไปไกลว่า “หาก มโหสถกุมารนี้ได้เข้ามาอยู่ในราชสำนักเมื่อใด เราก็คงหมดความสำคัญ แม้พระราชาก็จักทรงลืมเราไปเสียสิ้น ไม่ช้าเราก็จะตกต่ำหมดรัศมี แม้ลาภ ยศ บริวาร และความเป็นใหญ่ก็จะพลอยสูญสิ้น จำเราจะต้องกราบทูลทัดทานไว้ก่อน”
วันหนึ่งขณะที่มโหสถกุมารกำลังวิ่งเล่นกับเหล่าสหาย ภายในสนามเด็กเล่นท่ามกลางหมู่บ้าน พลันมหาเมฆก็ตั้งเค้าทะมึน ไม่ช้าก็โปรยปรายละอองฝนลงมา สายฝนตกกระหน่ำถี่ขึ้นเป็นลำดับ จนเหล่ากุมารต้องรีบวิ่งหนีฝนกันอลหม่าน มโหสถกุมารเห็นความเป็นไปเช่นนั้น ก็ให้นึกสมเพชเวทนา จึงคิด..?
เกาะติดบรรยากาศ บวชพระหนึ่งแสนรูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย