พอลูกวางใจเบาๆนิดเดียว ท่านก็ผุดขึ้นมา ยิ่งมองไปที่กลางองค์พระ ท่านก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้น ตอนนี้นอกจากอาการขยายจะไม่หายไปแล้ว อาการใหม่ก็เกิดขึ้นมาอีก นั่นคือ อาการสุขจริงหนอเจ้าค่ะ...พระเดชพระคุณหลวงพ่อ มันเป็นความสุขยากจะหาสิ่งใดเปรียบปาน เป็นความสุขที่อยากรำพึงรำพันสักล้านครั้ง และลูกไม่อยากให้อาการอย่างนี้หายไปจากชีวิตเลย
ตัวลูกยังได้แนะนำให้คุณแม่ซึ่งอยู่ที่เมืองไทย ทำบุญ ถือศีล นั่งสมาธิ และดู DMC ซึ่งคุณแม่ของลูกจะไปถือศีลที่วัดใกล้บ้านทุกวันพระ ลูกจะโทรศัพท์ไปพูดกับคุณแม่เสมอว่า “แม่จ๋า แม่เอาบุญให้มากที่สุดนะ ไม่รู้ว่าแม่จะตายเมื่อไหร่ บุญจะช่วยแม่ได้ และติดตามแม่ไปทุกที่นะ” แล้วตอนนี้ บุญที่พลาดไม่ได้เลยคือ หล่อรูปเหมือนทองคำ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ องค์ล่าสุด ซึ่งตัวลูกต้องทำอย่างแน่นอนค่ะ
การเดินธุดงค์ธรรมชัยของพระธรรมทายาท รุ่นหนึ่งแสนรูปเข้าพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนา
พระมหาพงศ์ศิริ สิริวิชโย ผู้มีชัยชนะอันวิเศษด้วยศิริ ได้ตัดสินใจเลือกทางเดินของชีวิตเข้าสู่เส้นทางของเพศบรรพชิต จากสามเณรสู่พระมหาเปรียญ อุปสมบทอุทิศชีวิตในวันวิสาขบูชา 2556 นี้
ตอนนี้ไม่ว่าจะทำภารกิจอะไร ลูกก็ยังเห็นองค์พระอยู่ในกลางท้องของลูกได้ ทำให้ใจของลูกมีพลังเหมือนชาร์ตแบตอย่างเต็มอิ่มโดยสมบูรณ์ค่ะ ตอนนั้นลูกทำวิธีง่ายๆ แค่ไม่คิดอะไร ถ้าจบโครงการไปแล้วลูกก็จะนั่งสมาธิทุกวัน และจะเป็นแสงสว่างให้คุณแม่ ให้ท่านรักในการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ค่ะ
เธอเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน พ่อ-แม่มีลูกหลายคน เธอเป็นลูกคนที่สาม ต้องช่วยเลี้ยงน้องๆ ต้องช่วยพ่อ-แม่ทำงานตั้งแต่เด็กๆ ได้เรียนจบแค่เพียงชั้นประถม...เธอเคยคิดฆ่าตัวตาย เพราะน้อยใจ ทุกข์ใจ ถึงสองครั้ง...เมื่อเธอได้มาพบกับหมู่คณะ ได้ปฏิบัติธรรม เธอก็ได้พบกับความสุขจากภายใน และตั้งใจจะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อการสร้างบารมี
ลูกก็ไม่ได้ภาวนา “สัมมา อะระหัง” อีก เพราะใจหยุดเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร เชื่อคำคุณครูไม่ใหญ่ที่บอกว่า มีอะไรให้ดูก็ดูกันไป ลูกยิ่งมององค์พระก็ยิ่งงาม ยิ่งมีความสุข เหมือนที่ลูกเคยได้ยินใครเคยบอกไว้ว่า “สุขจริงหนอ สุขจริงหนอ” มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ช่างเป็นความสุขที่ไม่อาจบรรยายได้ เป็นความสุขที่มาเติมเต็มให้กับชีวิต ไม่เหมือนความสุขแบบพร่องๆ อย่างที่เคยพบในทางโลก
สมเด็จพระภัททิยะตัดสินพระทัยออกผนวชในพระพุทธศาสนา ได้บำเพ็ญเพียรจนหมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ เดินทางภิกขาจารไปทุกหนทุกแห่งโดยลำพัง พระองค์ได้พบกับความสุขอย่างแท้จริง ด้วยไม่ข้องอยู่กับอิสริยยศและอันตราย จึงเปล่งอุทานขึ้นว่า “ เฮ้อ สุขจริงหนอ สุขจริง ”
กรณียกิจที่สำคัญสำหรับการเกิดมาเป็นมนุษย์ เป็นงานที่มีแต่คุณอย่างเดียว ไม่มีโทษแม้แต่น้อย เมื่อเราเข้าถึงแล้ว ชีวิตของเราก็จะสมบูรณ์ แต่หากยังเข้าไม่ถึง ชีวิตก็ไม่ต่างไปจากนกกา ที่ตื่นแต่เช้าออกไปทำมาหากิน กลับมานอนหลับพักผ่อน วนเวียนกันไปเช่นนี้ จนกระทั่งแก่ชรา และตายไปในที่สุด เช่นนี้เรียกว่า เกิดมาตายฟรี ชีวิตไม่มีสาระ
บุคคล ผู้เอิบอิ่มในธรรม มีใจผ่องใส ย่อมอยู่เป็นสุข บัณฑิต ย่อมยินดีในธรรมที่พระอริยเจ้า ประกาศแล้วทุกเมื่อ