"ท่านพึงบำเพ็ญอธิฐานบารมีให้เต็มเปี่ยม ธรรมดาว่าภูเขาหินศิลาแท่งทึบ ตั้งมั่นไม่หวั่นไหว ไม่สะเทือนด้วยแรงลม ตั้งอยู่ในที่เดิมของตนเท่านั้น ฉันใด ท่านจงอย่าได้หวั่นไหว ในความตั้งใจจริงตลอดกาล จักได้เป็นพระพุทธเจ้า"
การอธิษฐานนี้ เป็นบารมีอย่างหนึ่ง ที่เราต้องทำให้สม่ำเสมอทุกๆ วัน การอธิษฐานที่ถูกวิธี ไม่ใช่ไปอธิษฐานกับภูเขาต้นไม้ ทรงเจ้าเข้าผี หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่ให้ระลึกนึกถึงบุญกุศลความบริสุทธิ์ ที่เราได้สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน อีกทั้งอานุภาพของพระรัตนตรัยที่ไม่มีประมาณ นึกถึงสิ่งประเสริฐเหล่านี้ แล้วอธิษฐานจิตตั้งความปรารถนาในสิ่งที่ดีงาม เราจะสมปรารถนาในที่สุด
อธิษฐานบารมี คือ ความตั้งใจอันมั่นคง แน่วแน่ และเด็ดเดี่ยว ที่จะมุ่งไปให้ถึงจุดหมายปลายทางที่ได้ตั้งมโนปณิธานเอาไว้
การประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยการหมั่นทำใจหยุดใจนิ่งนี้จะนำความสุข และความบริสุทธิ์ให้บังเกิดขึ้นในชีวิต
เวลาใส่บาตรแล้วจะอธิษฐาน หรือไม่อธิษฐานก็ได้บุญอยู่แล้ว แต่ที่โบราณท่านสอนให้เราอธิษฐานกันนั้น เป็นการตั้งเจตนาแน่วแน่ลงไป คนที่ทำอย่างนี้เมื่อถึงคราวบุญสงผล จะได้ผลตรงตามที่เราปรารถนา
ในกรณีที่ตั้งเป้าในการทำบุญ แต่ทำได้ไม่ถึงเป้า ทั้งๆ ที่พยายามสุดกำลังแล้ว สมบัติที่เกิดขึ้นจะมีเงื่อนไขอย่างไร และจะเป็นบาปไหม ในกรณีที่ทำไม่ถึงเป้า ควรแก้ไขอย่างไร
อธิษฐานบารมีนั้น คือการตั้งใจมั่นอย่างแน่วแน่ในการทำความดี อันมีผลสุดท้ายคือการกำจัดทุกข์ของตนเองและผู้อื่น แม้เป้าหมายจะยิ่งใหญ่แค่ไหน เมื่อได้ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะทำ ก็ต้องทำให้สำเร็จให้จงได้ จะไม่เลิกรา และไม่ลดเป้าหมายลงอย่างเด็ดขาด
การที่ผมสอนคนทำใจให้สงบ แล้วนึกจินตนาการถึงความสำเร็จที่ต้องการ เป็นเหมือนกับการอธิษฐานจิตให้ประสบความสำเร็จหรือไม่และบางคนที่ทำบุญทุกบุญแล้วอธิษฐานทุกวัน ให้พบแต่สิ่งที่ดีสิ่งที่พึงปรารถนา แต่กลับเจอสิ่งที่ตรงข้าม เป็นเพราะเหตุใดครับ
พระราชาสดับดังนั้น ทรงมีปีติเป็นยิ่งนัก จึงทรงดำริว่า ลูกเรามาเกิดเพื่อสืบต่อวงศ์ของเราโดยแท้ เปรียบเหมือนล้อรถที่หมุนตามกันมา ฉะนั้น เหตุนี้เองพระองค์จึงทรงขนานพระนามของพระราชโอรสว่า เนมิราชกุมาร ซึ่งแปลว่า กุมารผู้เป็นเหมือนล้อรถ ที่หมุนเวียนมาเพื่อตามรักษาประเพณีอันดีงามของวงศ์ตระกูลให้สืบต่อไป
บางคนทำบุญแล้วไม่อธิษฐาน เพราะคิดว่าการอธิษฐานเป็นการค้ากำไรเกินควร การที่เขาคิดเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่