ผมเรียนรู้การเป็นเถ้าแก่ตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยก เพราะตอนผมอายุ 15 ปี ผมก็ต้องเปิดแผงลอยขายของเล่นตามตลาดนัดด้วยตัวเอง ซึ่งผมบริหารงานเองทั้งหมด ตั้งแต่ไปหาซื้อของที่สำเพ็ง หาที่ตั้งแผงลอย คือ ทำเองทุกอย่าง และพอขายได้ก็เอามาทำบุญตั้งแต่ 1 บาท 20 บาท ถึง 100 บาทครับ แต่หลังจากคุณพ่อเสียแล้ว ผมก็ต้องหางานที่มีรายได้เพิ่มขึ้น คือ หลังเลิกเรียน..ก็มาทำงานติดต่อลูกค้าให้กับบริษัทฝึกอบรมสัมมนาแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นงานด้านการตลาด ซึ่งช่วงนั้นผมอายุแค่ 18 ปีเท่านั้น
ผมถือหลักวิชชาที่หลวงพ่อสอนผมมาตลอด โดยตั้งเป้าหมาย แล้วเอาบุญเป็นที่ตั้ง
หลังจากทำบุญไปแล้วปรากฏว่า เครื่องสำอางของผมขายดีอย่างเหลือเชื่อครับ และที่น่าอัศจรรย์ไปกว่านั้น ยอดขายได้พุ่งขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง จนขายได้ถึงวันละ 1 แสนบาท ทำให้ผมมีกำไรมากถึง 3-5 หมื่นบาทต่อวัน รวมแล้วมียอดขายต่อเดือนเป็นเลข 7 หลักอย่างเหลือเชื่อครับ
ผมบวชทำให้มีโอกาสคุยธรรมะให้โยมแม่ฟังบ่อยๆทำให้ตอนนี้ท่านเลิกเล่นหวย เลิกหมกมุ่นในอบายมุข เลิกเชื่อในสิ่งงมงาย แล้วโยมแม่ก็ได้ใส่บาตรทุกวัน สวดมนต์ทุกวัน นั่งสมาธิทุกวัน
คุณอาชวิณ ชวาลารัตน์ นักธุรกิจหนุ่มวัย 25 ปี เถ้าแก่วัยกระเตาะที่พลิกชีวิตด้วยบุญกฐิน ความสำเร็จความร่ำรวยของเขาล้วนเกิดจากบุญทั้งสิ้น
วันนี้เริ่มต้นความปลื้มกันที่วัดผาสุการาม กับอากาศเย็นๆ สบ๊ายสบาย หนาวนิดๆ จนหลายคนบอกว่ายังกับอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์เลย ซึ่งพระธุดงค์ 1,130 รูป ได้รับความเมตตาอย่างสูงจาก หลวงพ่อพระครูผาสุกกิจจาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดผาสุการาม ที่ออกมาโปรยดาวรวยส่งพระลูกพระหลานด้วยความเบิกบานใจ
ทุกย่างก้าวของพุทธบุตรกองพันเนื้อนาบุญ 1,128 รูป เป็นก้าวย่างที่สำคัญและมีความหมายมาก ขณะนี้ได้เดินมาไกลเกินกว่า 100 กิโลเมตรแล้ว แต่ละก้าวสั่นสะเทือนไปทั่วภพสามเลย
คำถามข้อที่ 4 ลูกมีวิบากกรรมอะไรจึงถูกไฟไหม้ที่แขนข้างขวาครับ คำตอบ.....สำหรับสาเหตุที่ทำให้ตัวลูกต้องมาถูกไฟไหม้ที่แขนข้างขวานั้นทั้งนี้ก็เป็นเพราะ.......
เพียงระยะเวลา 3 วันของการอบรมสามารถพิสูจน์ความใจสู้ของลูกผู้ชายกองพันได้เป็นอย่างดี เนื่องจากจำนวนว่าที่พุทธบุตรครั้งนี้ ได้ทะลุเป้าเกินควรเกินคาดถึงหมื่นกว่ารูป