我父亲在中国出生是个农夫,十八岁就逃到泰国来。当时爷爷和奶奶,还是留在中国直到往生。爷爷五十一岁因长了毒疮而往生,奶奶七十六岁因被车撞到而往生。父亲帮叔公卖咖啡,后来改行受雇缝衣服。然后就有人介绍父亲和母亲结婚,根据中国人的风俗,是想要有许多男孩。
การเพิ่มรักให้สะพรั่งด้วยการเปลี่ยนแฟนเหมือนเปลี่ยนเสื้อ คงไม่มีใครชอบคำๆนี้สักเท่าไหร่ แต่ไม่ทราบเป็นเพราะเหตุใด คำๆนี้จึงกลายไปเป็นหนึ่งในฉายาของผมอย่างเต็มๆ ทำให้ครอบครัวต้องสับสนวุ่นวาย สุดท้ายผมก็ตัดสินใจปิดฉากปัญหาทั้งปวง ด้วยการ....
ฝ่ายแม่สามียังไม่สะใจบอกให้สามีมาตบตีลูกซ้ำอีก บอกว่า “เอามันเลย ตบให้ตายเลย” เอากันอย่างนี้เลยเหรอ ได้คราวนี้ลูกได้สติจึงคว้ารองเท้าส้นสูงของลูก ตีกลับไปที่หน้าสามี อย่างไม่ยั้งจนดั้งหัก แล้วก็หันไปจะเล่นงานแม่สามี ลูกชี้หน้าแล้วบอกว่า “คราวนี้...ตัวแกแล้วล่ะ”
พี่เขยป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง แต่ ไม่ยอมฟอกไตเพราะมีความตั้งใจจะเก็บเงินไว้ทำบุญ เป็นประธานทอดกฐิน ที่วัดใกล้บ้าน และไม่ว่าใครต่อใครก็ตาม มาพูดให้พี่เขยฟอกไต พี่เขยก็ไม่ยอม บอกแต่เพียงว่า “ฟอกก็ตาย ไม่ฟอกก็ตาย ไม่ฟอกดีกว่า”
有四种感觉使我忘不了:辛苦、神秘、失望和感动,这些感觉一直都埋藏在我的心里。所以我就决定写了这个案研究,请求不大老师慈悲来梦中梦一下。希望师父帮忙把好的画面添加了彩色,让我和他人都看得更清楚,且用因果报应的准则来解释,把不好的画面从我们心中给删除。
我出生在农业社会里,以耕种为业。父亲的副业就是玩乐器,也组织了少女舞蹈团,有好多美女来申请当少女舞蹈团的团员。他训练自己的儿子当音乐家,和训练两个姐姐成为少女舞蹈团表演者,父亲的舞蹈团很有出名。所以他就带着舞蹈团到各县巡回表演,有时候还到其他府表演。后来父亲的少女舞蹈团就解散了,因在舞蹈团里已没有少女了。因为各自都结了婚,大部分都是跟舞蹈团里的少男相爱,父亲就受雇饲养牛群。
我的家庭曾在那孔巴同府经营碾米厂,当时家境很好。后来发生经济上的问题而关闭了,所以要把生意卖掉,改变成饲养猪来卖。从没几头扩大成大生意,现在猪只大约有三千到四千头。此外还卖米和动物的食料,让家境再次好转,经营了十年,直到猪只价格跌落,生意就因亏损而渐渐地结束了。
คนขยันที่ทำมาหลายอาชีพแต่ไม่รุ่ง ...หญิงผู้ไม่อิ่มในการทำบุญ ...พี่น้องร่วมสาบานที่รักกันยิ่งกว่าพี่น้อง แม้ความตายก็มิอาจพราก ...การคบคนพาลที่เกือบพาไปหาผิด ดีที่กลับตัวทัน ...กับประโยคของหลวงพ่อที่ว่า เงินในบาตรเป็นของเรา แต่เงินในกระเป๋านั้นไม่ใช่เป็นอย่างไร และคำถาม 1. เหตุใดข้าพเจ้าจึงไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขมีเพื่อนไม่ดี และเพราะบุญอะไรทำให้ข้าพเจ้าไม่ตกต่ำอย่างเพื่อนๆ 2. บุพกรรมใดภรรยาของข้าพเจ้า จึงเส้นอักเสบทำให้นั่งสมาธิได้ไม่นาน จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร...
บุพกรรมใดตอนเด็กลูกจึงเป็นฝีบ่อยและผอมแห้งหน้าตา น่าเกลียด อีกทั้งปัจจุบันเป็นโรคภูมิแพ้และข้อเข่าเสื่อม มักมีอาการคันตามมือ แพ้ยุงและแมลงมาก สมองก็ไม่แจ่มใส มีชีวิตลำบากมาก แต่เรียนหนังสือเก่งคะ มีนิสัยหงุดหงิดมักโกรธ อารมณ์รุนแรง จริงจังกับชีวิต
วันหนึ่งเมื่อเลิกงานแล้ว ลูกก็จะเดินทางกลับหอพัก ได้ข้ามถนนไปจนถึงเกาะกลางถนน ตอนนั้นลูกไม่ได้มองซ้ายเลย ว่ามีรถหรือไม่ ลูกได้ก้าวขาออกไปแล้วหนึ่งข้าง แต่เหมือนมีคนผลักขึ้นมาที่เกาะกลางถนน และ.....ในเสี้ยววินาทีนั้นค่ะ มีรถเก๋งวิ่งผ่านหน้าลูกไปอย่างรวดเร็ว โอ้อัศจรรย์ใจมากค่ะ เหมือนมีคนมาช่วยชีวิตไว้