การเพิ่มรักให้สะพรั่งด้วยการเปลี่ยนแฟนเหมือนเปลี่ยนเสื้อ คงไม่มีใครชอบคำๆนี้สักเท่าไหร่ แต่ไม่ทราบเป็นเพราะเหตุใด คำๆนี้จึงกลายไปเป็นหนึ่งในฉายาของผมอย่างเต็มๆ ทำให้ครอบครัวต้องสับสนวุ่นวาย สุดท้ายผมก็ตัดสินใจปิดฉากปัญหาทั้งปวง ด้วยการ....
เราจบกันแค่นี้เถอะ ต่อไปนี้ เราอย่าพบกันอีกเลย ฝ่ายหลานชายทำใจไม่ได้ เขาเสียใจมาก รู้สึกราวกับว่าโลกทั้งโลกไม่เหลือใครที่จะคอยเคียงข้างอีกแล้ว ก็ไหนเราเคยสัญญากันว่าเราจะรักกันไม่มีวันเสื่อมคลายไง..สัญญากันไว้แล้วทำไมมาเปลี่ยนไปเป็นยังงี้ล่ะ ในวันที่ภรรยาจะย้ายกลับไปนั่นเอง เขาก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ..ตี 5 ของเช้าวันนั้น เขาใช้ปืนลูกซอง จ่อยิงภรรยาที่หน้าอกขณะที่เธอกำลังนอนหลับ ลูกปืนตัดขั้วหัวใจเสียชีวิตทันที จากนั้นก็ใช้ปืนจ่อยิงลูกสาวทั้งสองคน
เธอเริ่มคบเพื่อนทางอินเตอร์เนตที่พาเธอไปร่วมเล่น เกมส์แปลกๆ คือเธอและเพื่อนถูกคนกลุ่มหนึ่งบังคับให้ทำกิจกรรมต่างๆโดยไม่ให้ติดต่อกับ ทางบ้าน นอกจากจะโทรไปขอเงิน ขอไม่ได้ก็จะยืมเงินจากเพื่อนๆของเธอ เธอบอกว่าเอาไปช่วยเพื่อนที่ถูกจับเป็นตัวประกันในเกมส์ ลูกต้องตามใช้หนี้ให้เธอรวมเป็นเงินหลักแสนบาท
我是法身寺的义工,在佛历2527年首次参加法身寺在我家乡─雷府所主办的三日静坐班。当天看到出家人引导许多居士静坐,令我印象深刻。当我从中得到启示:“ 静坐是国际化的善行,人人都可以静坐!”的道理后,便一直参与寺院的活动了。
ผมเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์จาก ม.เกษตร และจบ MBA จากจุฬาฯ เริ่มเข้าวัดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ.2535 (อายุ 17 ปี ชั้น ม.5) ผมเชื่อคำพูดที่ว่า สิ่งที่มองไม่เห็นอย่าเพิ่งคิดว่าไม่มีจริง เพราะคุณแม่ของผม มีประสบการณ์เหตุการณ์เร้นลับชวนเสียวสันหลังอยู่บ่อยครั้ง
当我们提到“胖”这个字。虽然面孔很漂亮,但是体重过重也会让女生和女士们都很担心。我自己也曾经受到这种心态的困扰。虽然当时我的体重比一般瘦的人更消瘦,但是我却认为自己太胖了,令我怀疑是谁在背后控制人的想法,才能使人的想法有这么大的差异。
ชีวิตคือละคร ลูกพิการ..ผลพวงจากการแต่งงานระหว่างเครือญาติที่สุดท้ายก็จบด้วยการเลิกรา ...คนทรงเจ้ากับการล้างป่าช้า เด็กที่เห็นองค์พระอยู่กลางท้อง และคำถาม 1. การล้างป่าช้าได้บุญหรือไม่อย่างไร และการนำศพมาทำพิธีแบบจีน บรรดาศพไร้ญาติจะได้บุญมากน้อยขนาดไหน 2. บุพกรรมใดทำให้ลูกสาวพิการและโดนพ่อทิ้งไป เขามีบุญพอจะเลี้ยงตัวเองได้ไหม
ครอบครัวของผมอยู่ในระดับเศรษฐีต้นๆ ของเถาหยวน ผมมีเงินสดผ่านเข้ามาเป็นสิบๆล้าน แต่ไม่เคยเหลือ ยิ่งได้มากก็ยิ่งมีทางออกไปมาก ผมมีรถสปอตรุ่นใหม่ๆ ราคา 5-6 ล้านขับ นาฬิกาข้อมือราคาถูกสุดเรือนละหนึ่งแสน กิจการน้ำเมาของผมรุ่งเรืองอยู่ 5-6 ปีก็ซบเซาลง กิจการมูลค่าพันกว่าล้าน พังทลายหายไปจนหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ
佛历二五二五年﹝西元1982年﹞,法身基金会及国际佛教社团举办了第一次的佛学联考,称为"前进之道"。此计画是由法胜法师──法身寺住持、法身基金会主席所提倡的。他希望让成年人与青少年有机会学习佛法,用佛法来教导自己过正当的生活,既具有世俗的知识又具有道德,能够发展自我并且促使社会及国家更加繁荣与昌盛。 由于这样的因缘,泰国大学生与佛学社的成员在佛历2525年﹝西元1982年﹞集合起来举办了第一次佛学联考,名为"前进之道"。内容包括了三十八项吉祥的生活方式,应试者共计382人。此后每年报考佛学联考的在籍学生人数逐渐增加,从百到千,从千到万,甚至百万。到了佛历2541年﹝西元1998年﹞,参与此活动的人数便高达4,732,291人,他们分别来自泰国国内的19,839所学校。
จนที่สุดก็ถูกธนาคารยึดทรัพย์ บ้าน 14 หลัง ที่ดิน 7 ไร่ ใช้หนี้หมด 360 ล้าน ญาติเชื้อวงศ์วารออกมาแต่ตัว...ทุกชีวิตในช่วงนั้นมีแต่ความเครียด...รอย ยิ้มและเสียงหัวเราะที่เคยมีก็แทบจะไม่เหลือเลย...ขนาดดูนิ้วมือทั้งห้า แล้วก็ไม่สามารถห้าห้าห้าได้