ลูกเกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจน ซึ่งจัดว่าเป็นความไร้ลาภ ขณะที่ความมีโรคก็ไม่ยอมน้อยหน้า ได้ติดตามลูกมาในวันแรกเกิดเลยทีเดียว พอลูกอายุได้ราว 10 ขวบ ก็เกิดอาการไอโขลกๆอย่างรุนแรงจนเสลดพันคอ หายใจไม่ออก หน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียว แทบจะเดินทางออกจากกายมนุษย์แล้ว
我母亲是个华裔,以前都不信仰寺院。直到佛历2540年,母亲被判破产,且财产被没收了。所以我就请母亲去樯麦府打坐,回来后母亲能获得融资,奇迹般的还清了债务。自此母亲就信仰了寺院,母亲曾在这地区经营最大的卖牛、水牛肉生意,长达了三十年的时间,交易量最多的一天,能卖了三十至四十头牛。母亲的责任是下令宰杀牛只,几乎是在三十年里的每一天,但后来母亲也逐渐减少,到一天只卖七至八头牛。
ลูกคิดว่าไหน ๆ มาวัดแล้วจะแอบสำรวจ และสังเกตทุกสิ่งรอบตัวในวัดตามที่สื่อลงข่าว จากวันเป็นเดือนเป็นปีจนถึง ทุกวันนี้ ลูกกลับเห็นแต่สิ่งดี ๆ เห็นแต่ภาพประทับใจเสมอมา ลูกจึง “รักวัด..โดยไม่รู้ตัว” ทำบุญทุกบุญ และมาวัดทุกวันไม่ขาดเลยค่ะ
ลูกก็รู้สึกสนใจการปฏิบัติ ธรรมมากและรู้สึกว่าสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตนั้นได้หวนกลับคืนมาแล้ว นั่นก็คือ ความสุขภายในจากการนั่งสมาธิ...และความสุขภายในนี้เอง...ทำให้ชีวิตลูก สมบูรณ์จนลูกรู้สึกรักตัวเองมากที่สุด..
คุณอาของลูก เป็นชาวคริสต์ ท่านมีการงานดี จนได้เป็นถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ต่อมาท่านได้ปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มแข็ง กระทั่งถูกลวงไปฆ่าในโรงแรมอย่างอเน็จอนาจ และอำพรางคดีว่าเป็นเรื่องชู้สาว เป็นข่าวใหญ่หน้า 1 ในหนังสือพิมพ์อยู่นาน กระทั่งผู้ทำความผิดถูกจับ
ลูกได้อธิษฐานในใจกับหลวงปู่ว่า “ขอ ให้หลวงปู่ช่วยด้วย อย่าให้ลูกเป็นอะไรเลย ให้ลูกมีเสียงกลับคืนมา หากลูกหายลูกจะเป็นผู้นำบุญที่ยิ่งใหญ่ จะพูดแต่สิ่งที่ดีๆ สิ่งที่ลูกพูดมาก็จะเป็นประโยชน์กับผู้คน” ผลการตรวจออกมาหมอถึง กับงง เพราะไม่พบสิ่งผิดปกติ หมอได้วินิจฉัยใหม่ว่า “เส้นประสาทเสียงอักเสบ” ให้ยาลดอาการบวมและยาวิตามินมา ให้กลับบ้านได้ (ทั้งๆ ยาที่ได้มายังไม่ได้กินเลย) ลูกได้เสียงกลับคืนมาแล้ว
ท่านได้มาบวชสามเณร 3 ครั้ง คือ ตอนอายุ 9 ปี 12 ปี และ 14 ปี และในการบวชสามเณรครั้งสุดท้ายนี้เอง ท่านได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะอยู่ในเพศบรรพชิตตลอดชีวิต และท่านยังบอกอีกว่า “แม้จะอยู่รูปเดียวก็สามารถอยู่ได้ เมื่อบวชเข้ามาแล้วจะไม่กลับออกไปอีก เพราะมีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร จะไม่ว้าเหว่ เณรอยากอยู่ที่นี่ อยากบวชปฏิบัติธรรมเละอยากเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า”
每个女生都不想当大老婆,但此地位是由丈夫给予的。所以我只能无奈地接收了原配的地位。这令我感觉,从此以后再也没有收到快乐小姐的邀请卡了。最能形容我当时的感受即是:脑跟心在斗争。但最后因得到了不大老师的法药,医治了我的心灵,以毅力添满了它,把痛苦化成宇宙中最好的快乐。
คุณแม่ของผม เกิดมาในฐานะที่ร่ำรวย เกิดที่กรุงเทพฯแถวโบ้เบ้ คนแถวนั้นมักจะเล่าเรื่องคุณแม่ตอนสาวๆให้ผมฟังว่า คุณแม่เหมือนนางฟ้า มีความสง่างามภูมิฐานมาก รอยยิ้มของคุณแม่นั้นงดงามมากๆ แต่หลังจากแต่งงานกลับไม่ได้ใช้สมบัติเหล่านั้น เพราะไม่มีความปีติยินดีในบุญ เรื่องมีอยู่ว่า