ทานมากหรือน้อย: คุณค่าของการให้ในมุมมองธรรมะ
สำรวจความหมายของการทานมากหรือน้อย และคุณค่าของการให้ในมุมมองของธรรมะ พร้อมบทเรียนจากพุทธพจน์ที่เตือนใจในชีวิตประจำวัน โดยคุณครูไม่ใหญ่
ทานมากหรือน้อย
คุณค่าขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยของการให้
เพจ พุทธพจน์เตือนใจ
ธรรมะเพื่อประชาชน
คุณครูไม่ใหญ่
อรุณสว่างยามเช้า กับ พุทธพจน์เตือนใจ ตอนที่ 3,885 (เข้าพรรษา วันที่ 32)
ทานมากหรือน้อย คุณค่าขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยของการให้
ในสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปแสดงธรรมบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีเทพบุตร 2 องค์ คือ อังกุรเทพบุตร และ อินทกเทพบุตร มาเฝ้าพระพุทธองค์
อังกุรเทพบุตร ในอดีตเคยทำทานอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องถึง 10,000 ปี เลี้ยงผู้คนจำนวนมหาศาล แต่เมื่อเหล่าเทพผู้มีบุญมากมาประชุมกัน ท่านกลับต้องถอยออกไปอยู่ห่างจากพระพุทธองค์
ส่วนอินทกเทพบุตร แม้ในอดีตจะถวายอาหารเพียง ข้าวหนึ่งทัพพี แต่ถวายแด่พระอนุรุทธเถระ ผู้เป็นพระอรหันต์ จึงมีบุญญานุภาพรุ่งเรือง และยังคงนั่งอยู่ใกล้พระพุทธองค์
พระพุทธองค์จึงทรงแสดงหลักว่า การให้ทานควรประกอบด้วยปัญญา เปรียบเหมือนการเพาะปลูก แม้มีเมล็ดพันธุ์จำนวนมาก แต่หว่านลงในดินที่ไม่เหมาะสม ผลผลิตก็ไม่เต็มที่ ในทางตรงกันข้าม เมล็ดพันธุ์แม้เพียงเล็กน้อย เมื่อหว่านลงในนาดี ย่อมเจริญงอกงามและให้ผลมาก
เรื่องนี้จึงไม่ได้สอนว่า การช่วยเหลือคนทั่วไปไม่มีคุณค่า แต่ชี้ให้เห็นว่า ผลของทานขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งเจตนาของผู้ให้ สิ่งของที่ให้ และคุณธรรมของผู้รับ
พอเราถวายทานตัดขาดจากใจเท่านั้น ศูนย์กลางกายของเราจะมีอายตนะของบุญเกิดขึ้นเป็นดวงใสบริสุทธิ์ คอยรองรับบุญใหญ่เกิดขึ้นเลย เมื่อถวายทานขาดจากใจ ใจก็เป็นกุศล ความสว่างบริสุทธิ์ก็เกิดขึ้น ปุญญาภิสันทา ท่อธารแห่งบุญก็ไหลจากอายตนนิพพานมารวมเป็นจุดเดียวกัน มาจรดอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ของพวกเราทุกๆ คน ตามความบริสุทธิ์ของใจที่หยุดนิ่ง ตามกำลังของความปีติ ความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย
ถ้าเลื่อมใสมากก็สว่างมาก เลื่อมใสน้อยบุญก็ลดหย่อนกันลงไป แล้วกระแสบุญที่ใสสว่างบริสุทธิ์ จะเป็นต้นเหตุแห่งความสุข และความสำเร็จในชีวิต เช่น ทำให้เราได้มีรูปสมบัติที่งดงาม แข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่ไข้ อายุยืน ถ้าหากบารมีเต็มที่ ก็งามไม่มีที่ติ ได้ลักษณะมหาบุรุษ ถ้าบารมีลดหย่อนลงมา รูปสมบัติของเราก็หย่อนลงมาตามลำดับ อีกทั้งเป็นผู้ที่แข็งแรง มีโรคน้อย จนกระทั่งปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและอายุยืนยาว ความงามของรูปกายนั้น เป็นรูปสมบัติที่สามารถน้อมนำให้ผู้พบเห็นเกิดความนิยมชมชอบ และเมื่อจะชักนำใครให้มาสร้างความดี ก็จะเป็นเครื่องยังใจบุคคลทั้งหลายให้เกิดความศรัทธาเลื่อมใส เช่นเดียวกัน
บุญนั้นยังทำให้เกิดทรัพย์สมบัติ จะเป็นทรัพย์สมบัติที่มีวิญญาณครองหรือไม่มีวิญญาณครองเกิดขึ้นมา เกิดขึ้นจากบุญดลบันดาลให้เกิด กระแสแห่งบุญนี้จะไปดึงดูดโภคทรัพย์สมบัติทั้งหลายเข้ามาหาตัวเรา เอาไว้สำหรับหล่อเลี้ยงสังขาร หล่อเลี้ยงพวกพ้องบริวาร และเพื่อการสร้างบารมี
"จากส่วนหนึ่ง ของรายการธรรมะเพื่อประชาชน โดย หลวงพ่อธัมมชโย"
#เพจพุทธพจน์เตือนใจ
Facebook|https://www.facebook.com/Ven.Apirak/