เมื่อมีโอกาสสร้างความดี: ทำบุญเล็กน้อยเพื่อใจที่ผ่องใส
เมื่อมีโอกาสสร้างความดี อย่าดูหมิ่นบุญเล็กน้อย ควรทำตามกำลังเพื่อรักษาใจให้ผ่องใส ทั้งก่อนทำ ขณะทำ และหลังทำ ติดตามธรรมะเพื่อประชาชนจากเพจ พุทธพจน์เตือนใจ
เมื่อมีโอกาสสร้างความดี
อย่าดูหมิ่นว่าบุญเล็กน้อยแล้วไม่ทำ
แต่ควรทำตามกำลัง พร้อมรักษาใจให้ผ่องใส
ทั้งก่อนทำ ขณะทำ และหลังทำ
เพจ พุทธพจน์เตือนใจ
ธรรมะเพื่อประชาชน
คุณครูไม่ใหญ่
อรุณสว่างยามเช้า กับ พุทธพจน์เตือนใจ ตอนที่ 3,889 (เข้าพรรษา วันที่ 36)
ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ มีช่างดอกไม้คนหนึ่งประกอบอาชีพค้าขายและจัดตกแต่งดอกไม้ วันหนึ่งขณะที่ถือดอกไม้เดินทางไป ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จผ่านมา
เมื่อเห็นพระพุทธองค์ เขาเกิดความเลื่อมใส จึงเข้าไปถวายบังคมและนำ ดอกอุบลแดงหนึ่งกำมือ ที่ตนมีอยู่ถวายเป็นพุทธบูชา หลังจากนั้นเขายังคงระลึกถึงความดีที่ได้ทำด้วยความปีติอยู่เสมอ
ตามเรื่องเล่า เมื่อสิ้นชีวิต บุญจากการบูชาด้วยจิตเลื่อมใสส่งผลให้เขาไปเกิดในสุคติ เสวยทิพยสมบัติเป็นเวลายาวนาน และในภพชาติต่อ ๆ มาก็ได้รับผลที่น่าปรารถนา
จนมาถึงสมัยพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน ท่านได้เกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง เมื่อเจริญวัยเกิดศรัทธาออกบวช ตั้งใจบำเพ็ญเพียร และในที่สุดได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ มีนามว่า พระอุปปลหัตถิยเถระ
เมื่อท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน จึงเกิดความปีติและกล่าวโดยใจความว่า
“เราได้ถวายดอกอุบลเพียงกำมือหนึ่งด้วยความเลื่อมใส ผลแห่งบุญนั้นเกื้อหนุนให้เราได้รับสิ่งที่น่าปรารถนา และในที่สุดภพชาตินี้ก็ได้บรรลุคุณวิเศษ”
เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า คุณค่าของการทำบุญไม่ได้อยู่ที่สิ่งของมีราคามากหรือน้อยเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เจตนา ศรัทธา และความผ่องใสของใจขณะทำความดีด้วย
ดอกไม้เพียงกำมืออาจเป็นสิ่งเล็กน้อยในสายตาของคนทั่วไป แต่เมื่อใช้เป็นเครื่องบูชาด้วยใจที่ศรัทธา ก็กลายเป็นเหตุแห่งกุศลที่เจ้าของบุญสามารถระลึกถึงด้วยความปีติได้อีกยาวนาน
ดังนั้น เมื่อมีโอกาสสร้างความดี อย่าดูหมิ่นว่าบุญเล็กน้อยแล้วไม่ทำ แต่ควรทำตามกำลัง พร้อมรักษาใจให้ผ่องใสทั้งก่อนทำ ขณะทำ และหลังทำ แล้วนำศรัทธานั้นต่อยอดไปสู่การรักษาศีล เจริญภาวนา และพัฒนาปัญญา เพื่อมุ่งสู่ความพ้นทุกข์ในที่สุด.
"จากส่วนหนึ่ง ของรายการธรรมะเพื่อประชาชน โดย หลวงพ่อธัมมชโย"
#เพจพุทธพจน์เตือนใจ
Facebook|https://www.facebook.com/Ven.Apirak/