Jump to content


Photo
- - - - -

ขอถามเรื่องการนั่งสมาธิ


  • You cannot start a new topic
  • Please log in to reply
11 replies to this topic

#1 --O FineLife O--

--O FineLife O--
  • Members
  • 4 posts

Posted 23 October 2008 - 07:15 PM

เีราจะรู้ได้ยังไงครับว่าผ่านจุดนั้นได้แล้ว

คือผ่านไปยังฐานต่อไปอะครับ

แล้วที่ว่าเห็นดวงจิตนั้นเป็นยังไงครับ

(ขออภัยหากไม่เข้าใจคำถาม เพราะผม งง งง)

#2 kawank_krab

kawank_krab
  • Members
  • 11 posts

Posted 23 October 2008 - 08:18 PM

อืม ยังไงดีอ่ะคะ เพราะว่าประสบการณ์แต่ละคนจะไม่เหมือนกันอ่ะค่ะ
แต่ว่าความรู้สึกเบื้องต้น น่าจะรู้สึกว่ามีความสุขเหมือนกันนะคะ หากว่านั่งถูกวิธี
ยังไงก็รอผู้รู้มาตอบละกันค่ะ

แต่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ คิดว่าไม่สำคัญเท่ากับนั่งแล้วรู้สึกมีความสุขค่ะ
เพราะว่าหากกังวลกับเรื่องนี้มากๆ การนั่งอาจจะทำให้ตึงได้ค่ะ

#3 น้องเอ็ม

น้องเอ็ม
  • Members
  • 127 posts
  • Location:69/35 หมู่ 11 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20250

Posted 23 October 2008 - 08:43 PM

อนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่รักการนั่งสมาธิค่ะ สาธุๆๆ

ทำดีต้องทำจริง ต้องตัวจริงเท่านั้นที่ทำได้

และนั่นคือพวกเรา ได้รวมพลังยิ่งใหญ่

เป็นดาวแห่งความดี ต้องดีจริงต้องตัวจริง


#4 สิริปโภ

สิริปโภ
  • Members
  • 1,766 posts
  • Gender:Male
  • Interests:เรื่องลึกลับ

Posted 23 October 2008 - 09:08 PM

ขอตอบก่อนไปหลับครับ

ธรรมชาติของจิตคนเรา มันซัดส่ายไปมาหาที่เกาะที่จับได้ยากครับ การทำสมาธิก็คือการฝึกเพื่อให้ใจมันหยุดนิ่ง โดยใช้บริกรรมนิมิต(นึกภาพ) หรือบริกรรมภาวนา(ท่อง) เป็นเครื่องรวมใจของเราให้หยุดนิ่ง การฝึกสมาธิภาวนา ไม่ว่าจะวิธีใหนๆ ก็เพื่อให้ใจรวมหยุดนิ่งทั้งนั้น เมื่อจิตหยุดนิ่งแล้ว ก็มีระดับของการหยุดนิ่งเข้าไปอีก เรียกระดับของความหยุดนี้ว่า ฌาน เช่น ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยะฌาน หรือจตุฌาน ฯลฯ

แต่พระเดชพระคุณหลวงปู่ของเรา ท่านค้นพบสิ่งที่มากกว่านั้น เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านสอนเหล่าสาวกเอาไว้เมื่อครั้งพุทธกาล คือการเอาใจที่หยุดนิ่งรวมตัวได้แล้ว น้อมเอามาหยุดลงไปที่ศูนกลางกายของเรา คือเหนือสะดือขึ้นมา2นิ้วมือ ซึ่งจดศูนกลางกายตรงนี้ เป็นจุดกึ่งกลางทั้งหมดของร่างกาย เป็นจุดศูนถ่วงของร่างกายเรา หรือที่เรียก่าCenter of gravity หรือที่พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่า มัฌชิมาปฏิปทา

เมื่อหลวงปู่ท่านค้นพบคำสอนดั้งเดิมของพระพุทธเจ้า ท่านจึงหยุดใจต่อไป หยุดในหยุดไปที่ศูณกลางกายแห่งนั้น ท่านก็พบว่า ในกายของเรานี้มันมีดวงจิตดังเดิมแท้ของเรา มีสภาพเป็นดวงใสเป็นแก้วประภัสร ซึ่งท่านพบว่าเป็นดวงธรรม ที่ทำให้เป็นกายมนุษของเรา ไม่มีดวงนั้นก็ไม่มีชีวิต และหยุดต่อไปในกลางของกลางดวงจิตนั้นๆอีกหลายดวง ที่มีชื่อมีหน้าที่ เรียกต่างกันไป ก็พบกายซ้อนกันอยู่หลายกาย แต่ละกายก็มีดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายนั้นๆอยู่เป็นชุดๆเถาๆไป จนสุดตลอด กระทั่งถึงกายสุดท้าย ที่เรียกว่า กายธรรมอรหัตผล ในที่สุด



ส่วนเรื่อง ฐาน ไม่ต้องไปสนใจหรอกครับ ฐานของจิตแต่ละฐานเป็นที่ตั้งเป็นทางผ่านของดวงจิตของเรา แต่ที่สำคัญที่สุดคือฐานที่7ครับ




#5 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3,579 posts

Posted 23 October 2008 - 09:24 PM

QUOTE
เีราจะรู้ได้ยังไงครับว่าผ่านจุดนั้นได้แล้วคือผ่านไปยังฐานต่อไปอะครับ
- ใหม่ๆก็สมมุติเป็นกุศลนิมิตว่าเคลื่อนผ่านไว้ก่อน เมื่อใจหยุด ใจนิ่งถูกส่วน ตกศูนย์ หยุดคือสมถะ ตัวรู้บังเกิด เพราะเห็นจำคิดรู้เป็นหนึ่งเดียวกัน หมดวิจิกิจฉาคือความลังเลสงสัย wacko.gif

QUOTE
แล้วที่ว่าเห็นดวงจิตนั้นเป็นยังไงครับ
- ดวง เป็นลักษณะทรงกลม กำหนดให้ขยาย-ย่อส่วนได้ทุกทิศทางทั้งแนวดิ่งและแนวราบ เคลื่อนย้ายได้ถ้ากระดิกจิต happy.gif

Attached Files


ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#6 the miracle girl ^__^

the miracle girl ^__^
  • Members
  • 226 posts

Posted 24 October 2008 - 12:34 AM

ขออนูญาตฝากถามด้วยค่ะ

เพิ่งหัดนั่งสมาธิได้ไม่นาน

1.บางวันนั่งได้นิ่ง ๆ เห็นแต่ความมืด ใจไม่คิดอะไร หรือคิดอะไรแล้วจำไม่ได้ ตัวชา ๆ เหมือนหลับ ก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะว่ามารู้สึกตัวอีกที ก็ออกจากสมาธิ

2.แต่วันที่คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ล้านแปด พยายามไม่คิด ก็มีเรื่องนั้นเรื่องนี้ เป็นภาพอดีต มาต่อ ต่อ ต่อ ต่อ ให้เห็นในความมืด แต่ท่อง สัมมาอะระหัง ช้า ๆ ได้ต่อเนื่องนะคะ จนออกจากสมาธิ

เท่าที่หัดนั่งมา เป็น 2 แบบนี้ ตลอด

ควรปรับปรุงอย่างไรเพิ่มเติมดีคะ

หัดนั่งมา ได้ไม่ถึง 2 เดือนค่ะ ขอบคุณค่ะ

#7 น้ำใส

น้ำใส
  • Members
  • 778 posts
  • Gender:Male

Posted 24 October 2008 - 10:03 AM

กราบอนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ตั้งใจนั่งสมาธินะคะ สาธุ สาธุค่ะ

เหมือนดอกบัวทะยานตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ เปิดกลีบรับแสงตะวันธรรม

น้อมนำสู่วิถีอันดีงาม


#8 หัดฝัน

หัดฝัน
  • Members
  • 4,531 posts
  • Gender:Male
  • Interests:ธรรมะ

Posted 24 October 2008 - 11:52 AM

ตอบคุณ the miracle girl

พระอาจารย์ท่านเคยสรุปให้ฟังว่า ความฟุ้งที่เกิดจากเวลานั่งสมาธิมีหลายแบบครับ

1. เขาเรียกว่า ฟุ้งแหลก คือ จิตมีเรื่องให้คิดล้านแปด ถ้าเป็นแบบนี้ ท่านแนะนำว่า ให้เปลี่ยนอิริยาบถ คือ ลุกไปดื่มน้ำดื่มท่า ปล่อยใจให้สบายๆ นำเสื้อผ้าหลวมๆ มาใส่ แล้วลองมานั่นใหม่อีกทีน่ะครับ

2. เขาเรียกว่า ฟุ้งซ่านและฟุ้งน้อย คือ จิตมีเรื่องคิดไม่มาก ถ้าอย่างนี้ให้ประคองใจไปเรื่อยๆ เดี๋ยวดีเอง
ได้ดี เพราะมีกัลยาณมิตร

#9 WISH

WISH
  • Moderators
  • 3,579 posts

Posted 24 October 2008 - 12:48 PM

ดังที่คุณหัดฝันกล่าว...ประคับประคองใจเรื่อยๆ ค่อยๆตะล่อมเดี๋ยวดีเอง
QUOTE
ควรปรับปรุงอย่างไรเพิ่มเติม

ระวังป้องกัน นิวรณ์5...ไว้...
- หมั่นฝึกอินทรีย์สังวร สำรวม ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ...พัฒนาสติ ยกระดับเป็นมหาสติ
- รู้จักประมาณในการกิน...อิ่มเกินไปนั่งแล้วจะง่วง ฟุ้งซ่าน หิวเกินก็จะโหยทรมานสังขาร
- ทำงานไม่คั่งค้าง(ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง)...มิฉะนั้นเวลานั่งสมาธิจะมีเครื่องกังวล จัดตารางเวลาทางโลก-ทางธรรมให้ลงตัวพอดี

Attached Files


ทำไมต้อง หาคำตอบ ณ แดนไกล ลืมหรือไร ว่าอยู่ใกล้ DMC

#10 the miracle girl ^__^

the miracle girl ^__^
  • Members
  • 226 posts

Posted 24 October 2008 - 05:31 PM

ขอบคุณค่ะ
จะไปฝึกเพิ่มค่ะ
จะลดอาหารด้วยค่ะ

ขออนุญาตถามเพิ่มค่ะ

มีคนรู้จักกัน
เขาเวลาทำจิตนิ่ง ๆ ตัวจะโยก ๆ
มีความหมายไหมคะ
แก้ได้ไหมคะ

ขอบคุณค่ะ happy.gif

#11 อริย 072

อริย 072
  • Members
  • 440 posts

Posted 24 October 2008 - 06:48 PM

QUOTE
เีราจะรู้ได้ยังไงครับว่าผ่านจุดนั้นได้แล้ว

คือผ่านไปยังฐานต่อไปอะครับ

แล้วที่ว่าเห็นดวงจิตนั้นเป็นยังไงครับ

(ขออภัยหากไม่เข้าใจคำถาม เพราะผม งง งง)


วางใจนิ่งๆ ที่072 อย่างสบายๆ เท่านั้น คือวิธีเดียว
พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านยืนยันเสมอ
..ไม่มีวิธีอื่นใดอีก

คิดไม่เห็น เห็นไม่คิด พระเดชพระคุณหลวงพ่อ
ท่านมักกล่าวเสมอ
ก็หมายถึงว่า เมื่อใจเราละเอียดเท่าใด
เราก็จะรู้ ได้เท่านั้น
เห็นภาพ ก็จะไม่สงสัย เอง
ที่ถาม เพราะยังไม่เห็นน่ะจ้ะ
ไม่ต้องงงจ้ะ
ฝึกไปเถิด ..วันนึงจะไม่ถาม

QUOTE
มีคนรู้จักกัน
เขาเวลาทำจิตนิ่ง ๆ ตัวจะโยก ๆ
มีความหมายไหมคะ
แก้ได้ไหมคะ


ก็เป็นอาการปกติ นะจ๊ะ ของบางคน ที่ใจเริ่มละเอียด
เดินทางถูกแล้ว อย่ากังวล ทำต่อไปจะดีขึ้น ละเอียดขึ้น
เห็นอะไร รู้สึกอะไร วางใจนิ่งๆ ที่072
ให้ทำเฉยๆ ดูสักแต่ดู


#12 ณ ๐๗๒

ณ ๐๗๒
  • Members
  • 1,340 posts
  • Location:Ladkrabang

Posted 27 October 2008 - 08:03 PM

เวลาเราจรดใจไว้ ที่ศูนย์กลางกาย( ศูนย์กลางกายจริงๆ) เราก็จะสามารถทราบได้ค่ะ ว่าที่นั่นคือศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ดจริงๆ มิใช่นิมิต(หรือจุดที่สบาย หรือจุดที่สมมุิติว่าคือศุนย์กลางกาย -อย่างที่ครูไม่ใหญ่บอก)

ช่่วยตอบแบบนี้แล้วไม่รู้ว่าตรงคำถามหรือไม่

ความพร้อมเกิดขึ้น เมื่อเริ่มต้นลงมือทำ (โอวาทหลวงพ่อ 27/4/51)

ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจบุรุษให้หลงใหลได้มากเท่ากับสตรี  ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจสตรีให้หลงใหลได้มากเท่ากับบุรุษ
แท้จริงแล้วความรักก็เปรียบดั่งเครื่องพันธนาการ  ที่มัดตรึงเหนียวแน่น ให้ลุ่มหลงอยู่ ย่อมจะต้องเวียนว่ายตายเกิดและจมอยู่ในกองทุกข์ร่ำไป