ทำสมาธิให้เห็นผลภายใน15นาทีรับรองผล!ล้าน%!!!
#1
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 09:28 AM
ใจคนส่วนมาก มันชอบ การเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนกว่า จะถูกใจ ชอบใจ ของมันเอง
ใน 1 ชั่วโมงแบ่งออกเป็น 15 นาที 4 รอบ
15นาที รอบแรก นึกนิมิต (แบบกุศลฯตามชอบ)อย่างเดียว
รอบสอง ภาวนา สัมมาอะระหัง อย่างเดียว
รอบ3 นึกนิมิต(แบบกุศลฯตามชอบ)+สัมมาอะระหัง
รอบ4 ไม่นึกอะไรเลย ไม่ภานาอะไรเลย วางใจเฉยๆ
ฯลฯ
****จะเริ่มแบบรอบที่4 เป็นรอบแรก แล้วได้ผลดี ก็ต่อยาวไปเลย ไม่ต้องเริ่มรอบใหม่เป็นต้น
**** อาจฟังเพลงบรรเลงเบาๆ, เพลงสมาธิเบาๆ(เช่น นั่งเครียดไปทำไมฯลฯ) , หลวงพ่อฯนำนั่ง สร้างบรรยากาศเวลานั่ง
แล้วคุณจะพบ ประสบการณ์ ตัวเบา หาย โล่ง สบาย เห็นแสงสว่าง เห็นดวงใสๆ,ดวงสว่างๆ เล็ก-ใหญ่ ,องค์พระ เป็นเรื่องปกติ ทำให้มีความมั่นใจ
มากๆและมีกำลังใจที่จะปฏิบัติต่อไป "แบบถ้าให้เลิกฝึกสมาธิขอตายดีกว่า" "มั่นใจว่าอีกไม่นานเราก็เข้าถึงพระธรรมกายแล้ว" ฯลฯ
*****************วิธีการที่กล่าวมานี้อาจไม่เหมาะกับ ใครหลายๆคน โปรดอย่าฝืนทำตามโดยเด็ดขาด*******************
**************** ทำแล้วได้ผล กรุณาบูชาธรรมตอบแทนด้วยการไปชวนคนมาบวช หรือกฐิน 1กองด้วย******************
#2
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 10:18 AM
#3
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 11:26 AM
#4
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 12:52 PM
#5
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 01:57 PM
ก่อนเที่ยงลองไปนั่งดูในห้องมืดๆ นึกว่า ใครมาเปิดไฟ นั่งไปแค่ 5นาทีเอง สงสัยคงฟลุ๊คๆ เดี๋ยวคืนนี้ลองใหม่
#6
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 02:44 PM
อย่างเช่น
โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม เยาวชนควรได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครองในการรับชม
อะไรแบบนี้ หรือ
เป็นความสามารถส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม
#7
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 02:54 PM
สาธุกับ พี่ทัพพีในหม้อ ด้วย (ผมแก้ไขตัวเองแล้วครับ)
#8
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 03:51 PM
ขออนุโมทนาบุญ กับ เทคนิคดีๆ เพื่อการเข้าถึงธรรมะภายใน ในครั้้งนี้ด้วย
เทคนิคการเข้าถึงธรรม มีไม่จำกัดวิธี ขอเพียงเลือกให้เหมาะสมกับจริตอัธยาศัยของเรา ก็จะเกื้อกูลในการเข้าถึงธรรมของเราได้อย่างง่ายๆ
เชื่อว่า หากใครมีบุญที่สั่งสมมาดีแล้ว และทำถูกหลักวิชชา ก็จะสมปรารถนากันไปทุกคน แบบปฏิบัติสะดวก บรรลุง่าย...
บุญรักษา
#9
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 05:26 PM
ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง และเป็นบุญมากๆที่พระอาจารย์มาแนะนำกระผม กระผมลืมสอนตัวเองไปครับ ว่า "จริตของคนไม่เหมือนกัน" และผมเพิ่งเข้าวัดได้ไม่นาน
เข้ามาเดี่ยวๆโดดๆ แบบไม่มีใครชวนมา เพราะไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน ก็ลองขับรถมาเที่ยวที่วัดพระธรรมกายดู วันนั้นก็เลยซื้อสื่อต่างๆของวัดเหมาหมดทุกอย่าง พร้อมติดจานดาวธรรม+แถมเงินทำบุญหมดหมดกระเป๋าจริง ขึ้นทางด่วนยังไม่มีตังค์จ่าย พอดีพี่ที่อยู่ในตู้เก็บเงินให้ผ่านเฉยเลย ก็แปลกดี ผมหมกหมุ่นศึกษา รวดเดียวจบ แบบแทบไม่ได้หลับนอน อยู่ 6 เดือนเต็มๆ มาวัดเกือบทุกวัน จนคนที่บ้านหาว่าผมบ้าไปแล้ว แล้วหลังจากนั้นผมก็ได้พบกับพี่ท่านหนึ่งมาเป็นกัลยาณมิตรให้ จนถึงปัจจุบัน
เพียงแค่ผม ตื่นเต้นดีใจ ที่ปฎิบัติธรรม ดีกว่าเก่ามาก แบบคาดไม่ถึง
ด้วยวิธีแบบการที่เล่ามา ก็ลองแนะนำคนรอบตัวทำตามเขาก็ว่าดีขึ้น เด็กแถวบ้านได้ธรรมมะ กันสนุกสนาน แบบง่ายๆ
เพราะเมื่อก่อน ผมนั่งเป็นค่อนๆชั่วโมง บางครั้งก็ดีบ้าง แต่ดีน้อยมาก ไม่ดีมาก ส่วนใหญ่จะหลับ และรู้สึกเสียเวลาที่ทุ่มเทตั้งใจปฏิบัติธรรม เป็นชั่วโมง
เหมือนนั่งฟรี ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย คล้ายกับ ขายของ ไม่ได้กำไรสักบาท ทั้งที่ ขอกำไรแค่ "บาทเดียวก็เอา"
เพราะ ส่วนใหญ่ มักฟุ่งซ่าน ง่วง หลับ แล้วสุดท้ายผมก็"ภาวนอน" บ่อยมาก ไปสอบถามหลายๆคนที่วัดก็คล้ายๆกัน
ผมจึงก็มีได้มีโอกาสรู้จักพี่ๆที่ธรรมมะดีมากๆ เคยได้มีโอกาสแอบไปเห็นกุฏิของหลวงพ่อธัมมชโยด้วยครับ แต่พอหลวงพ่อท่านกลับมาผมรู้สึกกลัวมากๆ
เลยขอตัวหนีกลับก่อน(บุญยังน้อยอยู่ครับ) และได้ฟังบึกทึกของ หลวงพ่อฯเรื่อยมา ทั้งเก่าสุด-ใหม่สุด ทั้งแบบที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน กว่า 100Gb
จึงพอรู้เรื่องราวทั้งหมดของวัด และพอจับหลักได้3อย่างว่า
"เริ่มฝึกสมาธิคือ สติกับสบายเท่านั้น" "ตำแหน่งเดียวที่กลางท้อง" "หยุดคือตัวสำเร็จ"
นึกนิมิต+ภาวนาหรือวางใจเฉยๆ คือ กุศโลบาย ให้ใจหยุด ล่อให้ใจไม่ไปคิดเรื่องอื่นให้มา รู้สึกที่กลางกาย อย่างเดียว
แต่ถ้า นิ่งสบายทั้งกายและใจ ได้แล้ว ไม่ฟุ้งซ่าน สังเกตที่ร่ายกายเป็นแค่ meterวัดระดับความสบาย 2ส่วนถูกต้องแล้ว
นั้นแหละ คือหยุดใจได้แล้ว เพียงแค่รอให้"ครู"ปรับใจให้ถูกส่วนอีกนิดหน่อย
และจุดประสงค์หลัก ที่แบ่งเวลา ก็คล้ายกับ qualify เป็นรอบๆ เพื่อป้องกันตัวเอง เผลอ ฟุ่งซ่าน ง่วง "ภาวนอน" อีก
แล้วเริ่มต้นใหม่อย่างถูกหลักวิชชา ที่หลวงพ่อฯท่านสอน แบบ"ให้คุ้นกับหลักวิชชาเท่านั้น"
เลยพิจารณา ว่า จาก 1 ชั่วโมง ได้แค่รอบเดียวต่อวันและนั่งฟรีบ่อย กลายเป็นได้ 4รอบต่อวัน ใช้เวลาเท่าเดิม แต่ได้ผลดีขึ้นแบบอัศจรรย์ ทำให้คุ้นกับหลักวิชชามากขึ้น ไม่หลับแล้ว ฟุ้งบ้างนิดหน่อยก่อนนั่ง
ตอนนี้ผมเพิ่มเป็น 8 รอบ/วัน รอบละ 15 นาที มีประสบการณ์ดีๆเกือบทุกครั้ง
ผมจึงมั่นใจว่า ผมเข้าถึงพระธรรมกายได้แน่นอน (ขอขี้โม้หน่อยครับ จะได้เป็นพันธสัญญากับตัวเองไว้)
ก็เลยปราถนาดี อยากให้คนอื่นได้แบบผมบ้างครับ ก็แค่นั้นเองครับ
พี่คนนั้น เคยเล่าว่า อย่าเข้าไปพูดคุยในเว็ป dmcนะเดี๋ยวโดนคนไม่เข้าใจ รุมเอา
เพราะคนเข้าวัดมีหลากหลาย ไม่ชอบนั่งสมาธิก็มีมาก แบบตั้งใจจะเอาให้แบบจริงจังมีน้อย ส่วนใหญ่นั่งๆไปอย่างนั้น
ตอนนี้เข้าใจ แล้วครับ
กระผมจึงกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ pingเป็นอย่างสูงด้วยครับ ที่ชี้ทางถูกต้องให้กระผม
กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูงครับ
_________________________________________
และต้องขออภัย หากแสดงความเห็นไม่ถูกใจใครบางคนด้วยนะครับ
#10
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 06:12 PM
เพราะคนเข้าวัดมีหลากหลาย ไม่ชอบนั่งสมาธิก็มีมาก แบบตั้งใจจะเอาให้แบบจริงจังมีน้อย ส่วนใหญ่นั่งๆไปอย่างนั้น
อย่าคิดมากเลย ไม่มีไรหรอกครับ ก็แค่แชร์ความเห็น ก็ดีนะครับที่คุณกล่าวมา สาธุๆ ด้วยครับ
ผมว่าคนแบบคุณก็ดีอย่างนะครับ เหมาเอาสื่อของวัดไปศึกษาร่วมครึ่งปี ผมว่าคนแบบนี้ลองทำงานอะไรก็สำเร็จ ได้ผลดีแน่นอนครับ
รับรองผลสิบล้านเปอร์เซนต์
มีอะไรก็เข้ามาเล่าให้ฟังได้ครับ จะได้ร่วมโม้ด้วยคน รับรองผลอีกสิบล้านเปอร์เซนต์ อิอิ
ละธรรมดำ ยังธรรมขาวให้เจริญ
ธัมมะกาโย อะหัง อิติปิ
เราตถาคต คือธรรมกาย
#11
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 06:40 PM
ก็ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ กับประสบการณ์ภายใน และความปราถนาดี ที่อยากแชร์ประสบการณ์
มีคำพูดมาฝากนิดนึงค่ะ
ถ้าใส่ใจ ก็จะ เป็นเรื่องเป็นราว
ถ้าไม่ใส่ใจ ก็จะ เป็นลมเป็นเล้ง ไป
ต้องขออนุญาติถาม นรอ.usr37097 ว่า
1. นั่งแบบที่เล่าแล้วเห็นผล ภายใน 15 นาที ในครั้งแรกที่นั่งเลยหรือเปล่าคะ
2. หรือว่าปฏิบัติมาแบบนี้(คือนั่งครั้งละ 15 นาที)มาช่วงระยะเวลานึง แล้วมีประสบการณ์ภายในดีๆ จึงได้เอามาเล่าให้ฟัง
ด้วยความเคารพ เมื่ออ่านแค่ คห.1 ก็จะคิดว่า นรอ.usr37097 นั่งสมาธิแบบที่ 1
แต่เมื่ออ่าน คห.9 จึงเข้าใจว่า นรอ.usr37097 น่าจะนั่งสมาธิแบบที่ 2
ความพร้อมเกิดขึ้น เมื่อเริ่มต้นลงมือทำ (โอวาทหลวงพ่อ 27/4/51)
ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจบุรุษให้หลงใหลได้มากเท่ากับสตรี ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจสตรีให้หลงใหลได้มากเท่ากับบุรุษ
แท้จริงแล้วความรักก็เปรียบดั่งเครื่องพันธนาการ ที่มัดตรึงเหนียวแน่น ให้ลุ่มหลงอยู่ ย่อมจะต้องเวียนว่ายตายเกิดและจมอยู่ในกองทุกข์ร่ำไป
#12
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 08:16 PM
ผมเอาเครื่องเล่น mp3 เสียบหูเปิดธรรมะ หรือเพลงบรรเลงสบายๆฟังด้วยใจใสๆทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำนั่งนอนยืนเดิน วันรุ่งขึ้นเห็นผลเลยครับ
แต่ผลเป็นอย่างไรไม่ขอโม้ครับ แต่ขอบอกว่า ผมนั่งธรรมะมาเป็น10ปี ก็มี Effect แรงสุดก็วันที่ทำแบบนั้นน่ะครับ
ที่เล่ามาก็เพื่อให้เห็นว่า จริตและวิธีการแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ
#13
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 08:17 PM
#14
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 08:53 PM
นอกจากลองสำรวจความบริสุทธิ์ของศีล การตรึกธรรมะนอกรอบแล้ว
เชิญลองอ่านข้อคิดเห็นนี้ดูค่ะ http://www.dmc.tv/fo...s...st&p=121320
ความพร้อมเกิดขึ้น เมื่อเริ่มต้นลงมือทำ (โอวาทหลวงพ่อ 27/4/51)
ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจบุรุษให้หลงใหลได้มากเท่ากับสตรี ไม่มีสิ่งใดที่จะรัดตรึงใจสตรีให้หลงใหลได้มากเท่ากับบุรุษ
แท้จริงแล้วความรักก็เปรียบดั่งเครื่องพันธนาการ ที่มัดตรึงเหนียวแน่น ให้ลุ่มหลงอยู่ ย่อมจะต้องเวียนว่ายตายเกิดและจมอยู่ในกองทุกข์ร่ำไป
#15
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 09:21 PM
ปฏิบัติตาม พระอาจารย์ ping และ ครูไม่ใหญ่ แนะนำ ดีกว่าครับ
ขอโม้ก่อนลาจากว่า สมาธิมันง่ายจริงๆ "เส้นผมบังภูเขา" จับหลักวิชชาให้ถูก "ให้ง่ายๆ" "สบายๆ" "เบิกบาน" 5 นาทียังนานไป สำหรับเด็กๆ และอย่าทะเลาะกับใคร โดยเฉพาะ พ่อกับแม่ ครูบาอาจารย์ เดี๋ยวปฏิบัติธรรมมะ ยาก..........
ขอลาไปอบรมตัวเองก่อนนะคับ
#16
โพสต์เมื่อ 06 October 2010 - 09:57 PM
#17
โพสต์เมื่อ 07 October 2010 - 02:01 AM
เข้ามาโม้(เสวนาธรรม) บ่อย ๆ นะคะเป็นสาระดี
และเป็นคนpositive thinking ด้วย ที่นี่เหมือนพี่เหมือนน้องค่ะ
แหย่กันเล่นบ้างเป็นน้ำย่อยค่ะ
#18
โพสต์เมื่อ 08 October 2010 - 01:19 PM
ที่นี่เหมือนพี่เหมือนน้องค่ะ แหย่กันเล่นบ้างเป็นน้ำย่อยค่ะ
สงสัยงานนี้ จขกท.คงไม่ได้ โดนแหย่เล่นแล้วละ
เออ...เห็นเขาว่า คนที่มันมีความตั้งใจดีๆ มีความสามารถทั้งหลาย มักโดนสกัดดาวรุ่ง เป็นเรื่องธรรมดา กลายเป็นดาวร่วง มีให้เห็น อยู่หลายคน
เคยได้ยินหลวงพ่อท่านเล่า ในdmc ขนาดในสมัยพุทธกาล พวกตั้งใจดีๆทั้งหลาย ยังถึงต้องหนีเข้าป่ากันไง
เป็นกำลังใจให้ จขกท.นะ คิดๆอยู่อยากเจอตัวจริง กะรอทุ่มเป็นเจ้าภาพบวช คนแบบนี้ เป็นพิเศษซะหน่อย
สงสัยคงไม่กล้ามาแล้วละ อดได้บุญใหญ่เลยเรา
#19
โพสต์เมื่อ 08 October 2010 - 02:04 PM
#20
โพสต์เมื่อ 08 October 2010 - 03:37 PM
ลูกหลานหลวงปู่ คุณยาย สู้ได้อยู่แล้ว สู้ต่อไป ธมฺมปิติ สุข๋ เสติ ผู้มีปิติในธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข
#21
โพสต์เมื่อ 08 October 2010 - 04:04 PM
จำนวนความเห็น: 35ความคิดเห็น #7 |
คนเขาหวังดีมาแนะนำ วิธีฝึกสมาธิ แบบง่ายๆ ยังมีพวกขี้อิจฉามาตาม วิจัย วิวารณ์ สงสัยพวกนี้คุ้นกับความมืดจนเคย
น่าเบื่อๆๆๆๆ
6/10/2010 14:54
เออ...เห็นเขาว่า คนที่มันมีความตั้งใจดีๆ มีความสามารถทั้งหลาย มักโดนสกัดดาวรุ่ง เป็นเรื่องธรรมดา กลายเป็นดาวร่วง มีให้เห็น อยู่หลายคน
นี่หมายถึงผมกันหรือนี่...อืมม์...
คงมิใช่หรอกครับ
เป็นเรื่องเข้าใจผิดของบางท่าน
ผ่านๆประเด็นนี้ไปเลย หวังว่าคงไม่มีใครยกมาพูดถึงกันนะครับ เลยเถิดไปใหญ่แล้วว
ไม่มีใครว่าใคร ไม่มีใครอิจฉาหมันไส้คอยไล่ตามวิจารณ์ ไม่มีใครสกัดดาวรุ่ง ไม่มีหรอกครับ เวปนี้เป็นมิตรกันยังไม่เคยเห็นใครมีนิสัยอย่างว่าเลย
หากจะมีก็เป็นการเสวนากันเรื่อยๆ อย่าไปตีความหมายว่าผู้ที่เขาเข้ามาเสวนา เขามีเจตนาไม่ดีเลยครับ ไปกันใหญ่แล้ววว
..............................
สาธุ ขอให้เข้าถึงพระธรรมกายโดยพลันกันทุกท่านนะครับ
ละธรรมดำ ยังธรรมขาวให้เจริญ
ธัมมะกาโย อะหัง อิติปิ
เราตถาคต คือธรรมกาย
#22
โพสต์เมื่อ 08 October 2010 - 06:57 PM
#23
โพสต์เมื่อ 08 October 2010 - 06:58 PM
ก็เปิดให้รู้สักนิด ไม่เป็นไรไม่เคยเจอหน้ากันอยู่แล้ว
เพราะผมไม่ชอบให้ใครมาวิจารณ์เรื่องคนปราถนาดีมาสอนแนะนำเกี่ยวกับสมาธิ มาให้กำลังใจ หรือ มาเปิดเผยความเป็นจริงของชีวิต เพื่อเป็น กำลังใจให้คนอื่น
ยิ่งผมให้เกียรติเรื่อง กำลังใจของคนมาก และสมาธิมากๆ แม้เด็กมาเล่าเรื่องสมาธิให้ผมฟังผมยังต้องตั้งใจรับฟัง และยกมือไหว้สาธุเด็กมันเลยแถมตังค์ให้อีก)
ฝากข้อความนี้ ไปบอก เจ้าของเว็ป ด้วยนะ
ผมรู้สึกถูกชะตา จขกท.คนนี้ life style ถึงขนาดดึงดูดให้ผมเข้ามาโพสบนเว็ป มีอะไรคล้ายๆผมมาก เข้าวัดแบบเดียวกัน ทุ่มเทศึกษาเหมือนกัน แต่ผมน้อยกว่า มีอะไรคล้ายกันมาก กล้ามากๆ ผมชอบ
และผมรู้ด้วยว่าเขาจะทำจริงๆ กำลังอยากเจออยากคุยคนที่ กำลังคิดอะไรแบบเดียวกันอยู่พอดี ไม่นึกว่าจะมีอยู่ใน เว็ปนี้ อยากฟังเขาเล่า เขาบอกอะไร ข้อคิดบางอย่างมันตรงใจ มันทำให้ฮึกเฮิม สร้างความมั่นใจยิ่งขึ้น
เกี่ยวกับบุญ และสมาธิ และได้อ่านกท. ที่เขามาบ่นให้ฟัง แล้วรู้สึกได้ข้อคิดมากๆ ความกลัวต่างๆน้อยลง
เอาละ ผมคนหนึ่งละที่ เคยบวช รุ่นไหนไม่ขอบอก ได้มีบุญมากๆที่ได้ไปถวายปัจจัยกับหลวงพ่อ แบบไม่มีผ้ารองด้วย แบบมือชนมือท่านเลย สมัยที่หน้าบ้านยาย ตอนนั้นมีพระ อยู่ 4 รูปที่ถวายด้วยกัน
ยืนถวายปัจจัยท่านเสร็จ ตรงประตูทางออกเลย ท่านก็ให้พรมาว่า.. ไปปราบมารกันนะลูก....ผมก็คิดว่าท่านคงไม่ได้ ให้พรนี้กับผมแน่นอน และทุกวันนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าท่าน กล่าวบอกให้ใคร
คงเป็น อีก 3รูปนั้นมากกว่า หรือไม่ก็๋พระที่อุปฐากท่านมั้ง หรืออาจเป็นญาติโยมที่มารอถวาย อีกก็ไม่รู้ใช่รึเปล่า สงสัย พระเพื่อนอีก 3รูป นั้นแหละ โดนรับบุญเขาแล้ว
ยินดีกับเขาด้วยที่จะไปรบกับมาร แต่ผมไม่เอาด้วยหรอก ไม่ชอบมาร ไม่อยากรับรู้
จากนั้น มีเหตุให้ผมต้องหลุดออกไปจากวัดไป จากที่เคยทำบุญได้ครั้งละมากๆ นั่งสมาธิดีมากๆ ชีวิตพลิกกลับมาทำบุญได้ไม่มาก ทำสมาธิแทบไม่ได้
จนเลิกเข้าวัด ไปเกือบปีบอกตามตรง มรสุมชีวิตรุมหนักสุดๆ ก็ไม่เข้าใจโทษแต่หลวงพ่อและบุญว่าทำไมไม่ช่วยผมบ้าง ช่วยแต่คุณอนันต์ คุณบุญชัย ฯลฯอะไรประมาณเนี่ย
ก่อนลาจากวัดเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต ผมมานั่งสมาธิที่วัด
แล้วได้ยิน ขึ้นมาในกลางกายเลยว่า... ต้องสู้ถึงจะชนะ... ไม่รู้เสียงใคร ทุกวันก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร สงสัย เจินๆมาร้องเพลงบอกมั้ง
และได้มีโอกาส มารู้เรื่อง มารสุดยอดบรมชั่ว ต้นเหตุของ ปัญหา อย่างละเอียดลึกซึ้ง ก็เลย
ก็กลับเข้าวัด เลิกทะเลาะกับตัวเองและคนอื่นๆ
เลิกกล่าวโทษคนรอบข้าง ตั้งใจนั่งสมาธิแบบไม่ขาด แม้จะไม่ค่อยมั่นใจว่าตัวเองจะดีแบบเมื่อก่อนได้ไหม
แต่ก็จะสู้นั่งขวนขวายทุกวิธีทางที่จะทำสมาธิให้ได้ และกลับมาโทษมัน ตัวเดียว ที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้ชีวิตของผมและคนรอบข้าง ทุกข์ทรมารแบบคาดไม่ถึง
ทั้งๆที่ไม่เคยคิดอยากจะไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับมารมันเลยอยากอยู่สงบๆด้วย แม้หลังจากรู้ก็ตั้งใจจะสู้ด้วย แต่ยังกล้าๆกลัวๆ อยู่
เพิ่งมาตั้งใจอย่างแน่วแน่ไว้ว่า ถ้าวันไหนได้ธรรมมะ เอาตัวเองรอดได้ จะทิ้งภรรยาที่ เธอทั้งสวยและดีพร้อมได้ กับ
สมบัติเท่าเศษสตางค์ของคุณอนันต์ ยกให้เธอไปแม้เธอจะไปมีแฟนใหม่ก็ยินดี เธอจะได้มีเพื่อนชีวิตคู่ต่อไป เพื่อมาทำงานที่แท้จริง
จะได้ไม่ต้องมานั่งหลอกตัวเอง และผู้อื่น ว่า...ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ ก็จงเป็นแบบนี้ต่อไปหรอ?
เพราะทหารทางโลกยังจากลูกเมียไปตายจริงๆได้ ทำไมแค่นี้ผมจะจากไม่ได้ ไม่ได้ไปตายจริงๆซะหน่อย
ถ้าเจ้าของเว็ปกลัวว่าคนใหม่ๆที่เข้าวัด และคนไม่เข้าใจ มาอ่านเรื่อง มาร, คนเลิกจองเวรคนกันเองหันมาจองเวรมารแทน, เรื่องครอบครัวแตกแยกเพราะวัดหรือมาร?, กลัวคนลอกเลียนแบบ
แล้วกลัวจะไม่มีคนกล้า มาสร้างบุญกับวัด กลัวเขาต่อต้านวัด กลัวเขาหาว่าบ้า กลัวเดี๋ยวโดนโจมตีอีก แล้วทุกวันนี้ยังมีคนนินทาว่าร้ายวัดแบบนี้อยู่อีกไหม?
เห็นกลัว กันนัก เลยได้พวกเลยมานอนกลางสภาแพ่หลา โชว์ซะเลย พวกโจมตีวัดถ่ายรูปกลับไปโจมตีกันตรึม ว่าวัดนี้ มีแต่คนขี้เกียจมาทำบุญ ทั้งๆที่ 5 ปีที่แล้วผมไม่เคยเห็น
นั้นแหละ เท่ากับปิดบังความเป็นจริงกับชาวบ้าน ไม่สมกับคำว่า กองทัพธรรม ภาคปราบ ที่พร้อมจะเปิดเผยความจริงทุกอย่าง แถมมีคนพิสูจน์มาแล้วพร้อมที่ยืนว่าเป็นเรื่องจริงด้วย
เพราะเคยมีคนบอกให้ผมอย่าไปยุ่งกับมาร ผมจึงไม่สนใจ เพราะ บารมีแบบผมจะไปสู้อะไรได้ แต่ถ้าผมรู้เรื่อง แบบละเอียด ตั้งแต่แรก ผมจะไม่ประมาท อดทน จะนั่งสมาธิสู้
ทำทานสู้ รักษาศีลสู้ ทำตามคำสอน ไม่หลุดออกไปจากวัดเกือบปี
เสียดายขาดบุญไปเพียบ ขาดการนั่งสมาธิไปนาน ทุกวันนี้เหมือนมาเริ่มใหม่ ภรรยาก็มีไปซะแล้ว หนี้สินก็บานเบอะ ก็ไม่เป็นไรบุญผมน้อยเอง
พอได้มารู้ว่า ยังมีคนคิดสู้แบบเดียวกัน มีอยู่ในเว็ปdmcด้วย มาเชียร์ให้สู้กับมัน ด้วยหลักวิชชาของหลวงพ่อ ไม่เคยคาดคิดมาก่อน นึกว่าคงไม่มีหรอกใน dmc ดันไปลบความรู้สึกดีๆเขาทิ้ง
แทนที่จะโชว์คนที่ผ่านมาดูว่า มีคนคิดทิ้งชีวิต เพื่อมาสู้กับอะไร มานั่งสมาธิสู้กับอะไร มาสร้างบุญสู้กับอะไร คนมีปัญญามาเห็น เขาจะค้นหาคำตอบ เขาจะได้มาช่วย เป็นการคัดคนมาช่วยงานหลวงพ่อ
ไปในตัว คนไม่มีปัญญาก็ปล่อยให้มันไปกินเหล้าเอาไปนินทาต่อไปเถอะ ดีจะได้ไม่ต้องมานอนโชว์กลางสภา มาสร้างความรำคาญเอาเด็กนั่งสมาธิยังไม่ได้มาร้องให้รบกวนชาวบ้านที่เขาตั้งใจปฏิบัติธรรม
ให้เห็นจนยั่วเยียไปหมด ทั้งๆที่เขาก็บอกเขาก็แนะนำแล้วไม่รู้สติปัญญาพวกที่เขามานี้ เอามาใช้กันบ้างรึเปล่า
หรือว่า กท.อกหักรัก3เส้า มันเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับคน เข้ามาดู "นี้หรือคนเข้าวัดพระธรรมกาย"
คนแบบ จขกท.นี้ เข้าวัดไม่นาน ยังมีกำลังใจแบบนี้ มีบุญสอนตัวเองได้ขนาดนี้ ถูกหลักวิชชาทั้งนั้น และคิดจะมาช่วยหลวงพ่อฯแบบช่วยได้จริงด้วย เตรียมตัวบวชพระจะเป็นพระแท้ด้วย
มันยิ่งทำให้คนเคยผิดพลาดแบบผม มีกำลังใจ มั่นใจ เห็นคุณค่าของสมาธิอย่างและบุญอย่างสุดๆ
ผมขี้เกียจรอให้บารมีแก่ ก่อนแล้วค่อยมาสู้ ถ้าขืนค่อยๆคิด รอบารมีแก่ไปเรื่อยๆ พอดีแก่ตายก่อน
ทุ่มชีวิตสู้เอาดีกว่า ตอนนี้ทำหนักยิ่งกว่าเดิม เพราะมีแรงเสียดทานจากสิ่งรอบตัวมากเหลือเกิน ไม่รู้อะไรนักหนา แต่ก็จะสู้ ตายเป็นตาย
และจะขี้โม้แบบสุดๆเลยให้ชาวบ้านฟัง เลยว่าผมก็มั่นใจสุดๆ จะกลับมามีสมาธิให้ดียิ่งกว่าเก่า และต้องเข้าถึงพระธรรมกายเหมือนกับชาวบ้านเขาได้ สักวันหนึ่ง แค่กำลังหารอยเก่าให้เจออยู่
และ ครั้งนั้นแหละเป็นครั้งสุดท้ายของชาตินี้ที่เราจะหลุดออกจากบุญ
จริงไหมเจ้าของเว็ป ผมคิดตั้งใจแบบนี้ และจะทำแบบนี้ คงจะถูกต้องใช่ไหม
หรือถูกต้อง แต่ไม่ถูกใจ........ใครรึเปล่า?....... คงเปิดเผยอีกไม่ได้มั่ง เดี๋ยวมาร มารู้ แล้วโดนมารมันตีมือเอา
คนแบบผมคุยไปคุยมา ก็คงโดนบล็อกเข้าสักวันหนึ่ง ไม่คุยแล้วไปละ
#24
โพสต์เมื่อ 08 October 2010 - 08:01 PM
เดี๋ยวไม่ได้เข้า dmc อีกหรอกนะคับ ล้อเล่นครับ... แต่ผมว่าพี่ลุยมาแบบนี้คงคิดมาครั้งเดียวแน่นอน มาอีกก็ได้นะครับ ไม่มีใครคุยด้วย ผมก็จะเป็นเพื่อนคุยให้กำลังใจด้วยครับ
ผมก็คิดคล้ายพี่เหมือนกัน แต่ไม่กล้าเล่า กลัวคนเขาหมันใส้ อีก
แต่ตรงเกินไปรึเปล่า?...เจ้าของเว็ปมาอ่าน เดี๋ยวโดน...แน่เลย แต่อ่านๆไปมีหลายอย่างน่าคิด มากๆเลยครับ
จริงอย่างพี่ว่า ถ้ารอบารมีแก่ คงแก่ตายซะก่อน
ผมชอบเหมือนกัน รู้ว่ามีคนไม่กลัวมาร คิดสู้ มีเพื่อนแล้ว นึกว่าตัวเองคิดบ้าๆอยู่คนเดียวเหมือนกัน
เลยเลิกกลัวมารไปเลย นั่งธรรมมะ ดีขึ้นเป็นกอง แต่น่าจะได้ทำกฐินได้ซักกองนะ กำลังอธิฐานอยู่ ก็กะว่าจะหยุดๆคุยไปทุ่มนั่งธรรมมะมากหน่อย
สาธุ...เตรียมตัวเป็น พระแท้ด้วยคน พรรษาหน้า อธิฐาน ขอบารมีหลวงพ่อ บวช 2 ชั้น อยู่ครับ
#25
โพสต์เมื่อ 09 October 2010 - 04:12 PM
เข้าใจแล้ว ครับ
บูชาธรรมหลวงพ่อ แบบไม่มีใบอนุโมทนาบัตร ได้บุญเร็วแรงดีเหมือนกัน