ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2554
สุขใจทุกอนุวินาทีที่ได้มาบวช

 
 
 
พลิกชีวิตด้วยบุญบวช
ตอน สุขใจทุกอนุวินาทีที่ได้มาบวช
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
 
กราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง
 
        กระผม พระพรรณธานุพงศ์ โชติวณฺโณ อายุ 34 ปี มาสมัครเป็นพระลูกชายของหลวงพ่อ ตั้งแต่ในโครงการหนึ่งแสนรูป รุ่นที่ 3 ปี พ.ศ.2554 ครับ ปัจจุบันกำลังรับบุญด้วยหัวใจที่ปีติเบิกบาน เป็นพระพี่เลี้ยงอยู่ที่ศูนย์อบรมวัดเขียนบูรพาราม อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนมาบวช กระผมทำงานเป็นผู้ช่วยหัวหน้าคลังสินค้าของบริษัทผลิตยาสำเร็จรูปแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพมหานคร ตอนนั้นเงินเดือนดีมากครับ กระผมจึงใช้เงินมือเติบแบบที่เรียกว่า “มีเงินแล้วต้องใช้ เดี๋ยวใครจะหาว่าใช้เงินไม่เป็น” กระผมจึงไม่เคยมีเงินเหลือเก็บเลยสักเดือนเดียว เพราะทั้งกิน ทั้งเที่ยว และเลี้ยงเพื่อน ทำให้มีเพื่อนฝูงมากมายล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมด แต่หลวงพ่อครับ กระผมเป็นคนไม่มีแผนการในชีวิต และคิดเข้าข้างตัวเองมาตลอดว่า “ทุกอย่างที่เรามี เราเป็น จะต้องยั่งยืนอยู่กับเราตลอดไป” เพราะกระผมมั่นใจว่ากระผมเป็นคนดี ทำงานเก่ง ขยันและทุ่มเท จึงคิดว่าบริษัทจะต้องแคร์เรา หัวหน้าต้องรักเราที่สุด
 
พระพรรณธานุพงศ์ โชติวณฺโณ
 
พระพรรณธานุพงศ์ โชติวณฺโณ
 
        แต่แล้วกระผมก็ต้องผิดหวังอย่างแรง เมื่อหัวหน้าเริ่มหาลูกน้องคนใหม่มาทำหน้าที่แทน กระผมโดนบล็อคเงินเดือน อะไรที่เคยได้ก็ไม่ได้ สุดท้ายทนแรงบีบคั้นไม่ไหวจึงลาออกครับ ช่วงนั้นชีวิตของกระผมย่ำแย่ เพราะไม่มีเงินเก็บ ค่าเช่าห้องก็ค้างจ่าย ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ ไปขอความช่วยเหลือจากใครก็ไม่มีใครช่วย เพื่อนฝูงที่กระผมเคยช่วยก็พากันหายไปหมดไม่เห็นหน้าเลยแม้แต่คนเดียว กระผมถึงขั้นต้องเอาโทรศัพท์มือถือไปขายเพื่อซื้อข้าวกิน จะโทรศัพท์กลับบ้านบอกแม่ก็รู้สึกละอายใจ เพราะท่านเคยกู้เงินดอกเบี้ยร้อยละสิบ มาให้กระผมใช้หลายครั้ง แต่กระผมก็ไม่เคยส่งเงินคืนให้ท่านเลย ตอนนั้นกระผมมืดแปดด้าน จึงคิดฆ่าตัวตาย กระผมตั้งใจว่าจะเอาแบงก์ร้อยใบสุดท้ายไปซื้อยามากินฆ่าตัวตาย แต่พอเปิดกระเป๋าสตางค์เห็นรูปแม่เท่านั้น น้ำตาลูกผู้ชายก็พรั่งพรู กระผมจึงเลิกคิดสั้นและโทรศัพท์ไปขอให้แม่ช่วยมารับกระผมกลับบ้าน
 
        เมื่อกลับไปอยู่บ้านที่จังหวัดศรีสะเกษ กระผมก็ไปรับจ้างเก็บดอกไม้บ้าง เป็นผู้ช่วยจัดซุ้มดอกไม้ในงานต่างๆบ้าง วันหนึ่งเป็นช่วงพักเหนื่อย กระผมกดเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อยๆ ก็ต้องชะงักอย่างจัง เพราะเห็นหลวงพ่อรูปหนึ่งกำลังพูดชวนบวช เปิดโฆษณาที่มีภาพงานบวชสวยงามมาก กระผมรู้สึกประทับใจ ทำให้นึกย้อนไปตอนสมัยที่กระผมเคยบวช จำได้ว่าแม่ร้องไห้ด้วยความดีใจ แต่หลังจากสึกออกมาแล้ว แม่กลับต้องเสียน้ำตา เสียใจ เพราะการกระทำที่เหลวไหลของกระผม ในขณะที่ฟังหลวงพ่อพูด กระผมก็คิดว่า “จะต้องทำให้พ่อกับแม่มีความสุขอีกครั้ง” กระผมจึงไปบอกท่านทันทีว่า “แม่...ผมจะบวชให้พ่อกับแม่นะ” กระผมเห็นท่านอึ้งไปเลยครับ หลวงพ่อครับ ตั้งแต่ที่กระผมบอกกับแม่ว่าจะบวช ก็รู้สึกว่าท่านดูมีความสุขมากขึ้น แล้วใบหน้าที่เคร่งเครียดของท่านก็ดูจะคลายลง มีรอยยิ้มละไมอยู่ในหน้าท่านด้วยครับ กระผมจึงตั้งใจบวชอย่างเต็มที่เพื่อพ่อและแม่ครับ
 
        โครงการของหลวงพ่อดีทุกอย่าง เพื่อนๆธรรมทายาทก็ดีทุกคน ไม่เหมือนเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวของกระผมตอนสมัยที่เป็นฆราวาสเลย สังคมของธรรมทายาทมีแต่ความจริงใจ เอื้ออาทรต่อกัน คอยตักเตือนกันให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และชวนกันทำความดีอยู่ตลอดเวลา นี่แหละ คือ หมู่คณะที่กระผมฝันว่าจะได้เจอ แล้วความเป็นพระแท้ คือ คำตอบที่ดีที่สุดของชีวิตกระผมครับ พอผ่านการอบรมไปได้ 3 วัน กระผมก็เริ่มนั่งสมาธิได้นานขึ้น กระผมนั่งด้วยการทำใจให้สบายๆ ภาวนา “สัมมาอะระหัง” ไปเรื่อยๆ จนคำว่า “สัมมาอะระหัง” หายไป ใจก็สงบนิ่ง ไม่สับสนไม่วุ่นวาย แล้วกระผมก็เห็นแสงสว่างเป็นสีเหลืองนวลๆเย็นตา เหมือนแสงของพระจันทร์เต็มดวง กำลังสาดส่องลงมาที่กระผม ทำให้กระผมรู้สึกสบายใจมาก แล้วกระแสของแสงนั้นก็หมุนรอบตัวกระผม เหมือนจะโอบอุ้มกระผมไว้ ตอนนั้นตัวเบาเหมือนจะลอยได้เลยครับ
 
 พระพรรณธานุพงศ์ โชติวณฺโณ
 
พระพรรณธานุพงศ์ โชติวณฺโณ
 
        กระผมเห็นแสงสว่างแบบนี้อยู่นานหลายวัน แสงสว่างจากที่เป็นดวงเล็กๆก็ขยายใหญ่ขึ้นๆจนเต็มตา กระผมรู้สึกอัศจรรย์มาก เพราะรู้ว่ากระผมนั่งอยู่ในห้องที่ปิดไฟมืดสนิท แต่แสงที่เกิดจากการนั่งสมาธินั้นสว่างจ้า แล้วไม่นานกระผมก็เห็นดวงแก้วใสๆมีขนาดใหญ่เท่ากับลูกปิงปอง ลอยนิ่งๆอยู่ในหัวของกระผม พอทำเฉยๆก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังมองต่ำลงไปเรื่อยๆในกลางท้อง แล้วยิ่งมอง ดวงแก้วก็ยิ่งใส ในท้องก็จะรู้สึกอุ่นๆ ตัวก็จะเบาสบาย สว่างโล่งไปหมด ตอนนั้นกระผมมองไม่เห็นอะไรเลยครับ นอกจากดวงแก้วที่ผุดออกมา แล้วตกลงไปในท้อง ทีละลูกๆ แล้วความสว่างก็จ้าเต็มไปหมด จิตใจก็ชุ่มชื่น รู้สึกมีความสุขที่สุดเลยครับ
 
 ภาพวาดประสบการณ์ภายในของพระพรรณธานุพงศ์ โชติวณฺโณ
 
ภาพวาดประสบการณ์ภายในของพระพรรณธานุพงศ์ โชติวณฺโณ
 
        หลวงพ่อครับ ตั้งแต่ที่กระผมบวช กระผมมีความสุขทุกวินาที โยมพ่อโยมแม่ก็มีความสุข ท่านทั้งสองมีหน้าตาอิ่มเอิบ อีกทั้งเพราะบุญบวชจากพระลูกชาย ทำให้อาการปวดหลังที่รบกวนโยมแม่มาเป็นแรมปี หายเป็นปลิดทิ้ง ท่านยังบอกว่า “ตั้งแต่ที่พระบวช เรื่องทุกข์ร้อนใจใดๆก็ไม่มีเกิดขึ้นกับโยมแม่อีกเลย” โยมพ่อก็มีสุขภาพแข็งแรงขึ้นด้วย และกระผมก็มักจะนั่งสมาธิส่งใจ ส่งบุญไปให้ท่านทั้งสองเสมอครับ ตอนแรกกระผมตั้งใจที่จะบวชเพื่อโยมพ่อโยมแม่ แต่พอบวชเข้าจริงๆ กระผมก็อยากบวชไปนานๆ อยากบวชเพื่อช่วยหลวงพ่อกอบกู้พระพุทธศาสนา พลิกวัดร้างให้เป็นวัดรุ่งครับ
 
        สุดท้ายนี้ กระผมขอให้หลวงพ่อมีสุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นผู้นำในการสร้างบารมีอย่างนี้ไปนานๆนะครับ ส่วนเป้าหมายที่กระผมบอกว่า “จะบวชไปวันต่อวัน” มา ณ วินาทีนี้ ก็ยังมั่นคง และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงครับ
 
กราบคารวะด้วยความเคารพอย่างสูง
 
พระพรรณธานุพงศ์ โชติวณฺโณ
 
อ่านรายละเอียด...
 
รับชมวีดีโอ  พิธีบรรพชา โครงการบวชพระแสนรูป ครั้งที่ 4
[[videodmc==39688]]
บทความนี้พิมพ์จาก http://www.dmc.tv/pages/latest_update/20110718-สุขใจทุกอนุวินาทีที่ได้มาบวช_LEFT.html
เมื่อ 23 กรกฎาคม 2567 12:37
สงวนลิขสิทธิ์ © 2547 - 2567 http://www.dmc.tv