พระเจ้าวิเทหราชได้สดับคำตอบของมโหสถ ก็ยิ่งทรงทราบชัดถึงความเป็นไประหว่างแพะกับสุนัขที่ได้ทอดพระเนตรเห็นผ่าน ทางช่องพระแกล จึงทรงเข้าพระทัยว่า ราชบัณฑิตทั้ง ๕ ล้วนแทงตลอดในปัญหาด้วยปัญญาของตนทั้งสิ้น
เรื่องราวของนายโคฬกาฬ ที่่ทั้งเีตี้ยและดำ แต่เขากลับได้ภรรยาที่่สวยงดงาม ซึ่งต่างกันราวฟ้ากับดิน ด้วยความพยายามยอมมอบกายถวายตัวให้กับบิดามารดาของนาง สุดแต่เขาจะใช้สอย งานหนักก็เอางานเบาก็สู้ ทำเต็มที่เต็มหัวใจ ไม่มีบ่ายเบี่ยงหรือเกี่ยงงาน
ฝ่ายพระเจ้าปิลยักขราช ได้เห็นภาพของฤษีทั้งสองแล้ว ก็รู้สึกสงสารยิ่งนัก ได้ทรงปลอบใจให้ทั้งสองคลายความโศกว่า “ขอผู้เป็นเจ้าทั้งสอง อย่าได้คร่ำครวญถึงสามะบุตรผู้ถึงพร้อมด้วยคุณความดี ว่าเขาถูกเราฆ่าตายเสียแล้ว แล้วใครจะเลี้ยงดูพวกเราเลย...แม้จะสิ้นสามะแล้ว ข้าพเจ้านี่แหละจะขอเลี้ยงดูผู้เป็นเจ้าทั้งสองอยู่ในป่าใหญ่นี้เอง
ครั้นได้สดับคำกล่าวตามที่เป็นจริงของสุวรรณสามแล้ว พระราชาก็ทรงเกิดความละอายพระทัยว่า เรายิงพ่อสามะผู้ไร้ความผิดก็นับว่าทำกรรมอันหยาบช้านักแล้ว ยังมากล่าวเท็จกับเธออีก จึงทรงรับสารภาพว่า “ดูก่อนสามะ อันที่จริง เนื้อเหล่านั้นเห็นท่านแล้วก็มิได้ตกใจอะไรเลย เรากล่าวคำเท็จกับท่าน เพราะเราถูกความโกรธและความโลภครอบงำ จึงยิงท่านด้วยลูกศร”
กล่าวถึงสองหนุ่มสาว ทุกูล (ทุ กู ละ) และปาริกา เมื่อรู้ว่าวันแต่งงานถูกกำหนดขึ้นแล้ว ก็รู้สึกกระวนกระวายใจ ต่างคิดหาวิธีที่จะระงับการแต่งงานครั้งนี้ให้ได้ เมื่อมองไม่เห็นหนทางใด ทั้งสองจึงแอบเขียนจดหมายถึงกัน แล้วให้บริวารของตน นำไปมอบให้กับอีกฝ่าย โดยไม่ให้บิดามารดาของตนได้ล่วงรู้
ขอเชิญสาธุชนผู้มีบุญร่วมปฏิบัติธรรม โครงการ Sunflower Meditation ระยะเวลา 3 วัน ณ ศูนย์อบรมเยาวชนลพบุรี ต.วังเพลิง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี
นางอมราเทวีคาดการณ์ในใจว่า อีกไม่ช้าก็คงจะมีนางทาสจากเรือนของอาจารย์กามินทะและอาจารย์เทวินทะนำสิ่ง ของอื่นๆมาขายให้กับนางอีกเป็นแน่ แล้วก็เป็นไปตามที่นางคาดคิดไว้จริงๆ คือเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น ก็มีแม่ค้าขายผัก หิ้วกระเช้าผักมาจากเรือนของอาจารย์กามินทะ ภายในกระเช้านั้น ปรากฏมีผ้ากัมพลคลุมพระแท่นบรรทมพับเก็บไว้อย่างด
นางอมราเทวีเห็นแม่ค้าเปรียงเดินเข้าประตูเรือนไป แล้ว จึงรีบเปิดหม้อเปรียงนั้น แล้วรีบเอามือล้วงลงไปในหม้อ ลองคลำไปคลำมาเพียงครู่เดียว ก็พบวัตถุบางอย่างอยู่ที่ก้นหม้อ ครั้นหยิบขึ้นมาดู จึงรู้ว่าเป็นพระจุฬามณี ซึ่งเป็นเครื่องประดับพระเศียรของพระราชา
มารดาของอมรา ครั้นได้เห็นงานเย็บชุนผ้าเสร็จเร็วอย่างอัศจรรย์เช่นนั้น ก็พิศวงยิ่งนัก เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางยังไม่เคยพบเห็นช่างชุนคนใดที่จะคล่องแคล่วเชี่ยวชาญเหมือนอย่างชายผู้ นี้เลย ส่วนว่า มโหสถบัณฑิตครั้นเย็บชุนผ้าเสร็จแล้วจะคิดอ่านทำประการใดอีกนั้น โปรดติดตาม
ท้าวเธอทรงผินพระพักตร์ไปทางเหล่าราชบุรุษ ตรัสพลางแย้มพระสรวลว่า “เออ....พวกเจ้าจงดูนี่สิ แม้แต่สัตว์เดรัจฉานมันก็ยังรู้จักทำความเคารพ ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง แล้วพวกเจ้าล่ะ จะสู้มันได้รึ” พวกราชบุรุษได้ฟังเช่นนั้น ก็หันมามองหน้ากันเลิกลั่ก