เนื่องจากลูกเป็นครูสอนวิชา ART ลูกจึงสอนแบบ ART ART คือ บอกลูกศิษย์ว่าวันนี้เราจะมาสร้างมโนภาพเป็นภาพศิลปะกันนะ ให้ทุกคนค่อย ๆหลับตา แล้วนึกถึง The moon หรือ The sun ให้เป็นภาพที่กลางท้อง เหนือสะดือ 2นิ้วมือ ซึ่งตรงนี้เป็น Center of body ทุกคนก็ทำตามกันอย่างสนุกสนาน เพราะไม่เคยเรียนศิลปะแบบนี้มาก่อน แล้วลูกก็ถามว่า “ใครเห็นอะไรกันบ้าง”
คำสอนของหลวงพ่อเป็นคำสอนที่นำสมัย โดยเฉพาะเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเรื่องการแสดงความเคารพต่อพระภิกษุสงฆ์ ดิฉันพบว่า นี่คือสิ่งที่สำคัญ เพราะหากเรายังรักษาวัฒนธรรมชาวพุทธนี้ไว้ได้ ลูกหลานของเราก็จะสามารถสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามนี้ต่อไป
ผ่านไปไม่นานนัก ร่างกายก็เบาขึ้นมาเองโดยไม่ต้องทำอะไร จิตใจสงบนิ่ง “ลึก” มาก จนความสงบนี้แผ่ขยายไปทั่วตัว เหมือนตัวเรานั้น หลอมละลายเป็นความสงบเสียเอง จากนั้นความสงบก็ขยายไปเป็นวงกลมใหญ่จนสุดเส้นขอบฟ้า ในช่วงนั้น “เวลา” ได้หยุดสนิท ไม่มีความหมายใดๆอีกต่อไป ความสงบที่เกิดขึ้นมานั้น ได้ผลิต “ความสุขและความเบิกบาน” (Happiness and Joy) ชนิดที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิต
ผมนึกอะไรไว้กลางกาย สิ่งนั้นก็จะใสสว่างไปหมด มหัศจรรย์มากครับ นอกรอบ ผมจะรักษากาย วาจา ใจ ได้บริสุทธิ์ หรือถ้าผมได้ยินได้ฟังใครพูดไม่ดี ผมก็จะไม่สนใจฟัง ผมจะหันมาตรึกดวงแก้ว องค์พระ และภาวนาสัมมาอะระหังแทน
เหมือนลูกเดินท่องไปในกลางถนนขององค์พระแก้วใส ถนนแห่งความสุขภายใน เดินแล้วมีความสุขมากๆ เมื่อกลับมานั่งครั้งใด พอหลับตาปุ๊บ ก็มีความสุข เหมือนเป็นช่วงพักผ่อน ศูนย์กลางกายเป็นเหมือนหลุมหลบภัยของลูก เวลาทุกข์ นิดหนึ่ง ก็หยุดใจแป๊บหนึ่ง หยุดตรงนั้นเดี๋ยวนั้น ทำอย่างนี้แล้วก็มีความสุข
ปัจจุบันใจของลูกเย็นค่ะ ไม่โมโหใคร แต่ก่อนใครพูดอะไรที่ไม่สบอารมณ์ ก็ศอกกลับทันที ถ้าซ้ายมาก็ขวาไป แต่เดี๋ยวนี้มีอะไรก็ยิ้มกลับ รู้จักให้อภัย ถ้ามีอะไรที่พูดแรงไป ก็ยอมขอโทษ หรือบางครั้ง เจอหัวหน้าบ่นมากๆ ลูกก็จะภาวนา “สัมมา อะระหัง” ถ้าชักจะเกิดความโกรธก็มีจุดสกัด โดยนึกถึงมหาปูชนียาจารย์และเอาใจเข้ากลาง อารมณ์โกรธก็หายในทันที ความจำในวัยนี้ก็ยังเยี่ยม ใครๆก็รุมรัก แถมงานก็เปี่ยมประสิทธิภาพ
เมื่อลูกได้นั่งสมาธิในครั้งแรกๆ ลูกทำใจหยุดนิ่งไม่ได้เลย คิดเยอะ คิดไปไหนต่อไหน พยายามควานหาศูนย์กลางกายว่า อยู่ตรงไหน หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เพ่งก็แล้ว จ้องก็แล้ว ยังได้ซดน้ำแห้วอยู่เหมือนเดิม ยิ่งเพ่ง ยิ่งจ้อง ก็ยิ่งจ๋อง ยิ่งเครียด
ตอนลูกนั่งสมาธิ หลังจากหลับตาเบาๆผ่อนลมหายใจสบายๆไปสักครู่ ลูกก็รู้สึกว่าลมหายใจของลูกเย็นๆไปถึงกลางท้อง พอลมหายใจไปสุดที่กลางท้องแล้ว ภายในท้องของลูกก็ว่างเป็นที่โล่งๆ ไม่มีอวัยวะภายในเลย แล้วลูกก็ถูกดูดลงไปด้านล่างอย่างน่ากลัว
เขาโมโหมากจนหยิบปืนมาจ่อที่ลำคอด้านซ้ายและพูดว่า..มึงอยากตายใช่มั้ย..ลูกนึกว่าเป็นการล้อเล่นซึ่งปกติเขาชอบเล่นปืนอยู่แล้ว และแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น.....เขายิงลูกจริงๆ ลูกรู้สึกเหมือนตัวลูกกำลังลอยเคว้งคว้าง รอบตัวมืดไปหมดจนไม่สามารถขยับตัวได้ ไม่รู้สึกเจ็บ
เรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง...เธอเกิดมาในครอบครัวที่ลำบาก อาศัยอยู่กับคุณปู่-คุณย่าซึ่งมีฐานะยากจน คุณพ่อปกติเป็นคนขยัน แต่ชอบดื่มสุรา เมื่อเมาแล้วชอบด่าทอ และทำร้ายคนรอบข้าง แม้แต่แม่ของตัวเองก็ไม่เว้น...เมื่อเธอโตขึ้น เธอพบรักกับชายคนหนึ่ง ตอนแรกทุกอย่างดีไปหมด แต่ต่อมาทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเป็นตรงกันข้าม จนในที่สุด คนที่เธอรัก ได้ใช้ปืนยิงเธอจนบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่จะใช้ปืนกระบอกนั้นจบชีวิตของตนเอง...ปัจจุบัน เธอพิการ แต่ก็จะทำหน้าที่เป็นยอดกัลยาณมิตร ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ