รวมหนังสือธรรมะสำหรับจัดพิมพ์เพื่อมอบเป็นธรรมบรรณาการได้ตลอดทั้งปี หนังสือธรรมะ สมาธิ กฎแห่งกรรม ทั้งภาษาไทย ภาษาจีน อังกฤษ เยอรมัน ร่วมเป็นเจ้าภาพเพื่อสร้างปัญญาบารมีและมอบเป็นธรรมทานให้กับผู้อื่นได้แล้วที่นี่...
เพื่อใจ..ที่สปีดสร้างบารมี มีบทความที่ดีและมีประโยชน์เกิดขึ้นบนโลกนี้มากมาย แต่จะมีสักกี่บทความที่อ่านแล้ว จะทำให้เรามีกำลังใจไม่สิ้นสุดได้อย่างบทความธรรมะเล่มนี้ "อัปเกรดกำลังใจให้สุดขีด จะได้ Speed สร้างบารมี"
ขอเชิญผู้มีบุญทุกท่าน ร่วมสร้างปัญญาบารมี ด้วยการเป็นเจ้าภาพ จัดพิมพ์หนังสือ "คำสอนยาย" เป็นภาษาอังกฤษ หนังสือที่ถ่ายทอดคำสอนของคุณยายอาจารย์ เพื่อเป็นต้นแบบในการสร้างบารมี เพื่อไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม
การได้อัตภาพเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่ได้มาโดยยากยิ่ง เพราะเป็นโอกาสเดียวที่สามารถสั่งสมบุญกุศลได้เต็มที่
คำกราบบังคมทูลที่สั้นๆ หนักแน่น และจริงจังของมโหสถบัณฑิต ทำให้พระเจ้าวิเทหราชนั้นทรงตกพระทัยกลัวจนแทบครองพระสติไม่อยู่ เกิดความเร่าร้อนในพระสรีระกาย จนปราณแทบจะดับลงในทันที จึงทรงครวญคร่ำรำพันไปต่างๆนานาว่า “มโหสถเอ๋ย ใจของเราเสียวสั่น สะท้านไหว เหมือนใบโพธิ์ที่ต้องลม บัดนี้ความเร่าร้อนได้เผาลนจิตใจของเราจวนเจียนจะละลาย เหมือนเบ้าหลอมทองที่ถูกสุมอยู่ในเตา"
ฝ่ายอาจารย์ทั้ง ๔ คืออาจารย์เสนกะ อาจารย์ปุกกุสะ อาจารย์กามินทะ และอาจารย์เทวินทะ เมื่อได้ยินเสียงโห่ร้องกึกก้องโกหาหล ทั้งยังเห็นแสงเพลิงสว่างกลบไปทั้งเมือง โดยที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น ก็พากันแปลกใจ จึงรีบตรงเข้าไปเฝ้าพระเจ้าวิเทหราช กราบทูลแด่ท้าวเธอว่า “ขอเดชะมหาราชเจ้า บัดนี้ภายนอกพระนครมีเสียงโห่ร้องกึกก้องโกลาหล
สิ่งใดที่ได้มาเพราะผู้อื่นให้ สิ่งนั้นเปรียบเหมือนยวดยาน หรือทรัพย์ที่ยืมเขามา เพราะฉะนั้น หม่อมฉันไม่ปรารถนาสิ่งที่ผู้อื่นมอบให้ บุญทั้งหลายที่หม่อมฉันทำเองย่อมเป็นทรัพย์ที่จะติดตามหม่อมฉันไป
ยามใด ที่พราหมณ์เกวัฏส่องดูใบหน้าของตนบนกระจก มองเห็นรอยแผลเป็นที่หน้าผากทีไร ก็ให้เป็นเดือดเป็นแค้น จนไม่อาจที่จะสกัดกลั้นเพลิงโทสะที่เดือดพล่านอยู่ภายในใจได้ ถึงกับขบกรามแน่น แล้วเปล่งเสียงคำรามออกมาดังๆ ด้วยแรงแค้นแรงอาฆาตที่สุมแน่นอยู่เต็มหัวอก
เมื่อทรงรู้ว่าพระองค์เสด็จมาเพียงลำพังพระองค์เดียว ก็ทรงพรั่นพรึงพระหฤทัย ทรงชักม้าพระที่นั่งเพื่อจะหยุดรอดูพราหมณ์อนุเกวัฏ แต่ปรากฏว่าม้าพระที่นั่งเกิดบังคับไม่อยู่ ยิ่งรั้งยิ่งดึงก็ยิ่งห้อตะบึงไปท่าเดียว พระองค์จึงต้องทรงปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม
ทันใดนั้น พระเจ้าจุลนีจึงทรงประกาศขึ้นในท่ามกลางมหาสมาคมว่า“มา เถิดท่านทั้งหลาย บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องห้ำหั่นมิถิลาให้เป็นจุณ วิเทหราชหรือจะรอดพ้นเงื้อมมือของเราไปได้ เมื่อจับท้าววิเทหะผู้ทรนงตนเสียได้ เราก็จักบั่นศีรษะของมันเสียด้วยพระขรรค์เล่มนี้ล่ะ