“พวกพระองค์ได้เพียรพยายาม ทุกวิถีทางเพื่อจะนำสระโบกขรณีมาถวายพระองค์ให้จงได้ แต่เพราะเหตุที่พวกข้าพระองค์เป็นผู้ด้อยปัญญา ด้วยความเขลาจึงสำคัญผิดไปว่า การนำสระโบกขรณีเก่ามาผูกติดกับสระโบกขรณีใหม่นั้น อาจมีช่องทางให้สำเร็จตามประสงค์ได้ พระองค์ผู้สมมุติเทพ ก็พระองค์จักเป็นผู้ยืนยันให้แจ้งชัดในที่นี้ได้หรือไม่ว่า ใครๆ ก็ไม่อาจจะผูกสระโบกขรณีให้ติดกันได้ พระเจ้าค่ะ”
ผู้หญิงคนหนึ่ง ในวัยสาวเธอประชดคุณแม่ของตัวเอง ด้วยการใช้ปืนยิงตัวเองที่น่อง แต่เหตุการณ์ในครั้งนั้น กลับทำให้เธอได้พบกับสามีในปัจจุบันของเธอ...เธอต้องสูญเสียลูกสาวสุดที่รักไปก่อนเวลาอันสมควรด้วยอุบัติเหตุ...และเรื่องที่จะเป็นอุทาหรณ์ให้แก่นักพนันทั้งหลาย การพนันทำให้เสียทรัพย์ เสียอนาคต เสียครอบครัว
พระเดชพระคุณหลวงพ่อครับ...ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่สันติภาพโลกจะเกิดขึ้นได้ แต่ลึกๆแล้วผมก็หวังให้มีสิ่งที่ดีๆ เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ ผมว่า การสร้างวิหารคดของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เพื่อจะให้คนหนึ่งล้านคนมานั่งสมาธิด้วยกัน เมื่อทำสำเร็จจะเป็นสิ่งที่น่ายกย่องมากครับ
ข้าแต่ท่านฤษี ได้โปรดเถิด จงให้อภัยแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด ท่านกล่าวถึงสามะกุมารว่าเขากำลังไปตักน้ำ แต่บัดนี้ สามะกุมารนั้นได้ถูกข้าพเจ้าฆ่าเสียแล้วด้วยลูกศรอาบยาพิษ
เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของบิดามารดาแล้ว พระโพธิสัตว์ก็บังเกิดความสงสารเป็นกำลัง ได้คิดหาวิธีที่จะพาท่านทั้งสองออกจากบริเวณนั้นให้ได้ จึงรีบไปหาไม้ที่มีความยาวกะว่าว่าให้พ้นภัยจากพิษร้ายของอสรพิษ แล้วนำมาให้บิดามารดาจับที่ปลาย ส่วนตนจับที่หัวไม้เท้า แล้วบอกกับท่านทั้งสองว่า “พ่อกับแม่ จงจับที่ปลายไม้เท้านี้เถิด ลูกจะนำท่านทั้งสองออกจากที่นี้กลับสู่อาศรมของเรา”
พระองค์ทรงกลัวที่จะได้ครองราชย์แล้วต้องกลับไปสู่นรกนั้นอีก ตั้งแต่นั้นมา จึงทรงอดทนนิ่งเฉย ไม่ทรงขยับเขยื้อนพระหัตถ์และพระบาท ทั้งไม่ตรัสอะไรอีกเลย ปล่อยให้คนทั้งหลายเข้าใจพระองค์ว่าเป็นคนเขลา เป็นคนกาลกิณ
สุนันทสารถีเมื่อได้ฟังเหตุผลอย่างชัดเจนก็เข้าใจ เกิดความเลื่อมใสว่า แม้พระราชกุมารผู้เป็นรัชทายาทยังมีพระประสงค์จะทรงผนวช แล้วตัวเราจะอยู่ครองเรือนไปทำไม จึงกราบทูลว่า
นอกจากนี้ตั้งแต่โตเป็นสาว เริ่มรู้จักทาลิปสติก แต่ลูกทาลิปสติกไม่ได้ เกือบทุกครั้งที่ลูกทาลิปสติกไม่ว่ายี่ห้อไหน ชนิดไหนก็ตาม พอทายังไม่ทันทั่วปาก ลูกแทบขาดใจตาย