พิธีมอบสิ่งของ มีขึ้นเมื่อเวลา 12.30น. ของวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2551 ณ ห้องรับรองมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งชาติ เมืองย่างกุ้ง ตัวแทนผู้มอบประกอบด้วย ฯพณฯ บรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงย่างกุ้ง และคณะจากมูลนิธิธรรมกาย 11ท่าน ส่วนตัวแทนฝ่ายผู้รับมอบ ประกอบด้วย หลวงพ่อภัททันตะ กุมาระ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งชาติ ฯพณฯ ตุระ มินต์ เมือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศาสนา และคณะ
“กาลทาน” เป็นทานของผู้ฉลาด รู้จักคิดรู้จักทำได้ถูกกาลถูกเวลา ให้สิ่งของจำเป็นในยามที่ผู้รับมีความต้องการอย่างยิ่ง เพราะในเวลานี้น้ำทุกหยด ข้าวทุกเม็ด เป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่งต่อทุกชีวิตที่กำลังประสบภัยพิบัติ ผู้ใดที่ให้ได้ถูกกาลเช่นนี้ ย่อมได้อานิสงส์ยิ่งใหญ่ จะไม่มีวันได้พบได้รู้จักกับความอดอยากยากเข็ญตลอดไป
เพื่อสนับสนุนคหคลินิกรัตนเวชที่เข้าร่วมโครงการคลินิกชุมชนอบอุ่น โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพ มูลนิธิธรรมกาย ในนาม พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ให้การสนับสนุนบริจาคเงิน 27ล้านบาท เพื่อปรับปรุงอาคารผู้ป่วยโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
นึกถึงมาไซ ที่อยู่ในบ้านโครงไม้แล้วมีมูลวัวมาปะแห้ง ส่งกลิ่นให้ผู้มาเยือนต้องผงะ ภายในบ้านก็ปูด้วยมูลวัวเอามาทำเป็นแผ่นๆ ปูเป็นพื้น และมีแหล่งน้ำไกลบ้านต้องเดินเท้าถึงหนึ่งวัน ไม่มีไฟฟ้า อยู่ท่ามกลางดงสิงโต และโรคภัยไข้เจ็บมากมายที่มีในป่า และกว่ามาไซจะได้เงินมาแต่ละ ชิลลิ่ง ก็ลำบาก 5ปีถึงได้เงินครั้งหนึ่ง 5ปีถึงมีอาหารกินอิ่ม
บุคคลให้ทานไม่ได้เพราะเหตุผล ๒ ประการ คือ ความ ตระหนี่ และความประมาท บัณฑิตผู้รู้แจ้ง เมื่อต้องการบุญพึงให้ทาน คนตระหนี่กลัวความอดอยากยากจน เพราะความกลัวจนนั่นแหละ จะเป็นภัยแก่ผู้ไม่ให้ และจะกลับมามีผลต่อคนพาลผู้หลงผิด ฉะนั้น บัณฑิตพึงครอบงำมลทิน กำจัดความตระหนี่แล้วรีบให้ทาน เพราะบุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลาย ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
พระราชาเวสสันดรพระองค์ใดเป็นที่พึ่งอาศัยของยาจกทั้งหลาย ดุจธรณีเป็นที่พึ่งอาศัยของสัตว์ทั้งหลาย หรือเป็นที่ไปมาของยาจกทั้งหลาย ดุจสาครเป็นที่ไหลหลั่งไปมาแห่งแม่น้ำทั้งหลาย พระราชาเวสสันดรพระองค์นั้น เมื่อเสด็จประทับแรม ณ ราวไพร ได้พระราชทานพระโอรสพระธิดาแก่ข้าพระบาท