พิธีถวายผ้าป่ากองบุญรักษาพระภิกษุ - สามเณรอาพาธ เนื่องในวันธรรมชัย วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2559 ณ หน้าบ้านคุณยายฯ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย
เมื่อกล่าวถึงคำว่า "เข้าพรรษา" จะนึกถึงภาพที่พระภิกษุสงฆ์ท่านเดินลัดคันนา แบกกลด ฝนตก ชายจีวรเลอะเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนดิน แม้สาเหตุของการบัญญัติให้พระภิกษุจำพรรษาตลอดสามเดือนจะมีเหตุมาจากการที่ไม่ประสงค์ให้พระภิกษุไปเดินเหยียบย่ำข้าวกล้า ผลิตผลทางการเกษตรของชาวนา เพราะเป็นช่วงฤดูเพาะปลูก แต่ก็เป็นประโยชน์จากการที่พระสงฆ์ไม่ได้ออกนอกวัด ไม่ได้จาริกไปที่ไหน ทำให้ท่านได้อยู่กับที่ อยู่แต่ในวัด ได้มีเวลาประพฤติปฎิบัติธรรมมากยิ่งขึ้น
72 ปี ของบุคคลทั่วไป เป็นวัยแห่งการพักผ่อนหลังจากทำงานมาทั้งชีวิต 72 ปี ของหลวงพ่อธัมมชโย ท่านยังคงปฏิบัติธรรม สอนสมาธิ และมุ่งหน้าทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่ คือ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกายไปทั่วโลก
ในวันนี้ถือว่าเป็นวันพิเศษ เพราะว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 107ปี คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง(ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย)
จนกระทั่งมาถึงวันที่ 7 (นับจากวันที่โยมพ่อของลูกได้เสียชีวิตลงไปแล้ว) ในระหว่างที่กายละเอียดโยมพ่อของลูกกำลังเดินวนเวียนไปมาอยู่ภายในบ้านของท่านอยู่นั้น ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ยมโลกนุ่งหยักรั้งสีแดงจำนวน 2 ตนมาปรากฏกายยืนอยู่ที่เบื้องหน้าของท่าน!!!
บางคนจากที่เคยพบอุปสรรคทำอะไรติด ๆ ขัด ๆก็ราบรื่นขึ้น จะทำมาค้าขายก็ร่ำรวยขึ้นซึ่งเกิดจากอานุภาพบารมีธรรมที่หลวงปู่ท่านปกป้องคุ้มครองและกลั่นแก้ให้ประกอบกับอานุภาพของเนื้อมนต์ คือ การภาวนา ‘สัมมา อะระหัง’ ควบคู่กันไปด้วยนั่นเอง
ในช่วงก่อนเข้าพรรษา พระเดชพระคุณหลวงพ่อ คุณครูไม่ใหญ่ของเราท่านก็ได้ให้โอวาทเป็นวาทะสั้นๆ ถึงแก่ลูกพระธัมฯทุกท่านว่า "ครั้งหนึ่งในชีวิต...ทุกๆคนควรได้เป็นประธานกฐินที่วัดพระธรรมกาย" ดังนั้น ในวันนี้พระอาจารย์จึงมีเรื่องราวธรรมะดีๆ ในชื่อเรื่องว่า "ประธานกฐินธรรมชัย เป็นได้ทุกคน"
ผ้ากฐินที่ทุกท่านได้ร่วมบุญมา จะเป็นปัจจัยก็ดี หรือจะเป็นผ้าไตรก็ดี นำผ้ากฐินนี้มาน้อมถวายแด่คณะสงฆ์ในวันทอดกฐิน ผ้ากฐินนี้เองคือผ้าที่ยังความปรารถนาของบุคคล 2 ฝ่ายให้สำเร็จ ฝ่ายแรกก็คือ ฝ่ายคณะสงฆ์ และอีกฝ่ายคือ ฝ่ายฆราวาส แล้วผ้ากฐินทำให้พระภิกษุสงฆ์สมปรารถนาอย่างได้อย่างไร?
พระโบราณาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า "สัมมา อะระหัง เป้นพุทธานุสสติ มีประโยชน์ในการเจริญภาวนากัมมัฏฐานมาก"
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้น นี้เป็นโลกามิส อันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้า มีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น