ความอดทนคือความทนทาน เป็นตบะอย่างยิ่ง ผู้รู้ทั้งหลายย่อมกล่าวพระนิพพาน ว่าเป็นเยี่ยม บรรพชิตผู้ฆ่าสัตว์อื่น เบียดเบียนสัตว์อื่น ไม่ชื่อว่าสมณะเลย นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
แต่พอนั่งไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเราหายไป ไม่มีแขน ไม่มีขา ใจนิ่งมาก แล้วกระผมก็เริ่มเห็นดวงกลมใสๆขนาดเท่าลูกตาดำ อยู่ท่ามกลางความมืดตรงหน้ากระผม ห่างประมาณหนึ่งฟุต แต่เห็นแป๊บเดียวก็หายไป และพอนั่งสมาธิทุกครั้งกระผมก็จะเห็นแบบนั้น แต่ความมืดจะจางลงเรื่อยๆ ดวงนั้นก็สว่างขึ้นด้วยครับ
มหาอุบาสิกาวิสาขาคิดว่า คำตอบของพระคุณเจ้าไม่ตรงกัน ต้องมีเหตุอะไรเกิดขึ้นเป็นแน่ จึงได้กราบทูลเรื่องนี้ต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธองค์ตรัสว่า "ดูก่อนวิสาขา พระอรหันต์ทั้งหลายจะอยู่ ณ ที่ใด จะเป็นบ้านหรือป่า ที่ลุ่มหรือที่ดอน สถานที่นั้นย่อมเป็นสถานที่อันน่ารื่นรมย์"
บุคคลผู้มีปัญญา หากปรารถนาจะหลุดพ้นจากทุกข์ในสังสารวัฏ ต้องแสวงหาหนทางพระนิพพาน อันเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์ อีกทั้งต้องมีความพากเพียรพยายามไม่ลดละ เพื่อทำความปรารถนานั้นให้สำเร็จ จนได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งยังสามารถเป็นกัลยาณมิตรชี้ทาง สว่างและเป็นแบบอย่างให้กับชาวโลกได้อีกด้วย ดังเช่น พระมหามิตตเถระ ผู้มีความเคารพในทานที่ญาติโยมตั้งใจถวายด้วยศรัทธา
พระเถระอธิบายให้ฟังว่า "ขอถวายพระพรมหาบพิตร พระบรมศาสดาตรัสสอนไว้ว่า...มาเถิดภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงตั้งจิตว่า ผู้นี้เป็นมารดา ในหญิงผู้ที่พอเป็นมารดาได้ ส่วนหญิงผู้ที่พอเป็นพี่สาว น้องสาวและลูกสาว พวกเธอจงคิดว่าเป็นพี่สาว เป็นน้องสาวและเป็นลูกสาว...ด้วยวิธีการอย่างนี้แหละ จึงเป็นเหตุให้พระภิกษุหนุ่มทั้งหลาย ประพฤติพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่ได้จนตลอดชีวิต"
มีครอบครัวหนึ่ง มีลูกชายคนเดียวชื่อ สวิฏฐกะ ได้บำรุงเลี้ยงดูบิดามารดาอย่างดี เมื่อมารดาละจากโลกนี้ไป เขาก็ปรนนิบัติดูแลบิดาด้วยดีเสมอมา บิดาสงสารเขา อยากจะหาคนมาช่วยทำงานบ้าน จึงให้เขาแต่งงานกับหญิงคนหนึ่ง
ตอนเด็กๆ ชีวิตของเขาผูกพันอยู่กับวัดกับพระ เคยเป็นเด็กวัดอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาเหตุจากการคบเพื่อนทำให้ไปติดเหล้าติดบุหรี่...เมื่อมีโอกาสได้ดู DMC ได้ฟังคำพูดของคุณครูไม่ใหญ่ที่ว่า “จะเชื่อตอนเป็นหรือจะเห็นตอนตาย” ทำให้เขาได้คิดและคิดได้ หักดิบเลิกเหล้า บุหรี่ อย่างเด็ดขาด กลับตัวกลับใจมาเป็นนักเรียนโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา พันธุ์แท้ หนทางแห่งการสร้างบารมีจึงได้เริ่มต้นขึ้น
กระทั่งวันที่ 23 กันยายน วันที่ลูกได้ชิตังเมปิดโมดูล ลูกปลื้มมากโดยเฉพาะคำอวยพรของพระเดชพระคุณหลวงพ่อให้ลูกได้เข้าถึงธรรม ครั้นลูกกลับมาบ้านอธิษฐานจิตขอพรจากพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ จึงตั้งใจเพิ่มชั่วโมงนั่งธรรมะ จากวันละ 1ชั่วโมง เป็น 2ชั่วโมง
โยมพ่อโยมแม่ของสามเณร เห็นพวกโจรกำลังเตรียมมีดเตรียมหลาวต่อหน้าต่อตา ทั้งหวาดกลัวต่อมรณภัย ทั้งโกรธเคืองตัดพ้อสามเณรที่ไม่ยอมบอก ว่า ในป่ามีโจรคอยดักทำร้าย ปล่อยให้พ่อแม่มาหาที่ตายแท้ๆ สงสัยสามเณรคงเป็นพวกเดียวกับโจร ๕๐๐ เหล่านี้เป็นแน่ พวกโจรได้ยินเสียงพร่ำบ่นของคนทั้งสอง จึงรู้ว่าสามเณรเป็นคนรักษาคำพูด แม้เป็นโยมพ่อโยมแม่ก็ไม่ยอมบอก เพราะกลัวจะเสียสัจจะที่ให้ไว้กับโจร
พระบรมศาสดาตรัสเตือนพรหมตรงๆ ว่า "พกพรหม ผู้เจริญ ตัวท่านกำลังตกอยู่ในอำนาจของอวิชชา เพราะได้พูดสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง กล่าวถึงธรรมที่ไม่อาจนำออกจากทุกข์ว่า เป็นธรรมที่นำออกจากทุกข์ได้ ท่านกล่าวเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรแก่ท่านเลย"