พระบรมศาสดาประทับยืนที่เหนือศีรษะของท่าน ตรัสให้เห็นทุกข์เห็นโทษของสังขารร่างกายนี้ว่า "กายของเธอนี้อยู่อีกไม่นาน เพราะจะปราศจากวิญญาณแล้ว หาอุปการะมิได้ อีกไม่นานต้องนอนบนแผ่นดิน เหมือนท่อนไม้ที่ไม่มีประโยชน์"
มหาชนที่ผ่านไปผ่านมา พบเห็นดาบสินีนอนสิ้นใจ ต่างก็พากันสงสารในชะตากรรม พากันร้องไห้คร่ำครวญอยู่ที่ศาลาหลังนั้น ส่วนพระโพธิสัตว์กลับจากภิกขาจาร มาเห็นมหาชนคร่ำครวญกันอยู่ เมื่อรู้ว่าดาบสินีคู่ทุกข์คู่ยากสิ้นใจแล้ว ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไร ยังคงทำภัตกิจตามปกติ เพราะเป็นผู้ที่มีใจมั่นคง มองเห็นความตายเป็นเรื่องธรรมดาของสัตวโลก มหาชนเห็นอย่างนั้น จึงพากันถามด้วยความสงสัยว่า "ท่านดาบสเป็นอะไรกับนาง"
เวลาใจสบายๆ องค์พระก็ขยายใหญ่กว่าโลก ใจของลูกจรดอยู่ตรงกลางอย่างเดียว องค์พระก็ขยายใหญ่กว่าเดิมจนโลกใบนี้เล็กเหมือนผลมะนาว เวลานั่งสมาธิครั้งต่อๆไปลูกจะเริ่มต้นด้วยอารมณ์สบาย ลูกชอบดูดอกไม้ เช่น ดอกกุหลาบ พอดูแล้วสบายใจ ลูกก็นึกเอาดอกกุหลาบไว้ในท้องแล้วหยุดนิ่งไปเรื่อยๆ
หลังจากพุทธปรินิพพานได้ไม่กี่วัน พระมหากัสสปเถระ และเหล่าภิกษุสงฆ์ ได้มีความคิดเห็นตรงกันว่า จะสังคายนารวบรวมพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้พระพุทธศาสนาดำรงคงอยู่คู่โลกต่อไปอีกยาวนาน จึงได้ประชุมผู้รู้ที่เป็นพระอรหันต์ และจะขาดพระอานนทเถระไม่ได้โดยเด็ดขาด
ภิกษุผู้ที่เล่าเรียนพระปริยัติธรรมเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถตอบได้แม้แต่ข้อเดียว จึงนั่งก้มหน้านิ่งอยู่ ส่วนภิกษุผู้ปฏิบัติธรรมจนเป็นพระอรหันต์ สามารถตอบปัญหาธรรมได้ทุกข้อ อย่างแจ่มแจ้งฉะฉานไม่มีติดขัด พระพุทธองค์จึงทรงสรรเสริญ ชื่นชม อนุโมทนาสาธุการพระเถระ
ครอบครัวของเรานับถือศาสนาพุทธแบบจีนๆ ประเภทไหว้เจ้า เขย่าติ้ว หิ้วไก่ไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษตามประเพณี ความรู้ทางศาสนาพุทธที่แท้จริงนั้นรู้น้อยมาก ขณะที่เป็นนักศึกษาลูกเคยใช้ชีวิตอย่างที่เข้าใจว่าคุ้มค่าคือทั้งเที่ยว กลางคืน ทั้งดื่มเหล้า เพราะในช่วงนั้นลูกมีปัญหาชีวิตมากมาย แต่ไร้ทางออก จากการที่ลูกได้นั่งสมาธิและศึกษาธรรมะ ทำให้ชีวิตของลูกเปลี่ยนไป ลูกใจเย็นขึ้นมีสติรู้เท่าทันใจตัวเอง หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จะทำให้ใจขุ่น เลิกกินยานอนหลับ เลิกเหล้า เลิกเที่ยวกลางคืน เลิกขี้โมโห แล้วหันมาสั่งสมบุญบารมี
ในสมัยพุทธกาล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถามครูฝึกม้าชื่อ เกสี ที่ไปเข้าเฝ้าพระองค์ว่า “ดูก่อนเกสี ใครๆก็รู้ว่าท่านเป็นครูฝึกม้าฝีมือดีคนหนึ่ง ท่านฝึกม้าอย่างไรเล่า” นายเกสีกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ การฝึกม้าของข้าพระองค์มี ๓วิธี คือ วิธีแรก ข้าพระองค์จะฝึกด้วยวิธีละม่อม ค่อยเป็นค่อยไป วิธีที่สอง ฝึกด้วยวิธีรุนแรง และวิธีสุดท้ายฝึกผสมกันทั้งสองวิธี”
การที่มนุษย์ไม่มีศีลธรรม เพราะแหล่งที่มาของความคิดที่อยู่ภายในไม่บริสุทธิ์ มีแต่ความคิดคำพูดและกระทำที่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ซึ่งจะส่งผลให้ดินฟ้าอากาศแปรปรวน ผลหมากรากไม้ถอยรสโอชาลง โรคภัยไข้เจ็บจะเกิดขึ้น โรคร้ายแรงที่ไม่เคยมีก็จะเกิดขึ้น รักษายาก สรรพคุณของโอสถทั้งหลายที่เคยรักษาโรคหายได้ ก็ถอยสรรพคุณลงไป อายุมนุษย์จะสั้นลงไปทุกปีๆ
สังขารร่างกายของเราก็เช่นเดียวกัน ความแก่ ความเจ็บ ความตายได้คืบคลานเข้ามาในชีวิตเรา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทุกอนุวินาที โดยที่ตัวเราก็สังเกตไม่ออก เมื่อเวลาผ่านไป ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๖๐ ปี จึงรู้ว่าเราแก่ลงทุกขณะ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่องกันไปสู่ความเสื่อมสลาย ดังนั้น เราจึงไม่ควรประมาทในชีวิต
เรื่องราวขององคุลีมาลที่เคยฆ่าคนเพียงเพื่อเอานิ้วมือ มาร้อยเป็นพวงมาลััยคล้องคอ จะให้ได้ครบ 1000 นิ้ว เพราะอยากจะเรียนวิชาอันสูงสุด คือ วิชาการเป็นเจ้าโลก อาจารย์จึงให้ไปฆ่ามนุษย์มาให้ครบ 1000 คน จึงจะสอนให้ แต่เมื่อได้พบพระบรมศาสดาเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร และบาปกรรมที่เคยได้ทำไว้จะตามส่งผลหรือไม่