สิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากในโลก อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันทีทันใด ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด อย่างที่เรานึกไม่ถึงเลย ก็คือ การหยุดใจของเราไว้ที่ตำแหน่งที่ถูกต้องอย่างสบายๆ และสัมผัสแหล่งแห่งสันติสุขภายในเสียก่อน จนกระทั่งได้พบสันติสุขแรก นี้เป็นโนว์ฮาว (Know-how) ของการสร้างสันติภาพโลกอย่างง่ายๆ ที่มีอยู่คู่โลกมานานแล้ว ดังเช่นเคยบังเกิดขึ้นแล้วในสังคมในสมัยเมื่อสองพันกว่าปี แต่ความรู้นี้ได้ขาดหายไปในช่วงหลัง
ผมเข้าวัดพระธรรมกายเมื่อปี พ.ศ. 2535ก็ต้องยกความดีนี้ให้กับอดีตคนข้างกายที่ขอให้ผมขับรถพามาวัด ทำให้ผมได้มานั่งสมาธิบูชาข้าวพระผมจำได้ว่าวันแรกที่มาวัด..ผมชอบเลย
เมื่อออกจากสมาธิ ผมรู้สึกพร้อมที่จะทำภารกิจต่างๆที่ผมต้องทำ ผมไม่รู้สึกถึงความสุขหรือความทุกข์ เพราะไม่สนใจในความรู้สึกเหล่านั้น ผมพยายามวางสติที่ศูนย์กลางกายเท่านั้น คำว่า “หยุดเป็นตัวสำเร็จ” เป็นสิ่งที่ใช่เลย ถ้าคนไหนสามารถหยุดได้ คนๆนั้นต้องประสบความสำเร็จแน่นอน และการฝึกหยุดใจเพื่อจะไปให้ถึงพระนิพพานตามพระพุทธเจ้า ผมว่าทุกคนสามารถทำได้จริงแท้แน่นอนเลยครับ
ร่างกายของเรานี้ประกอบด้วยธาตุสี่ที่ไม่บริสุทธิ์จึงเสื่อมสลายตลอดเวลา ทำให้ต้องหา ธาตุสี่จากภายนอกมาเติมเข้าไปอยู่เรื่อย ๆ ไม่มีสิ้นสุด ดังที่เราต้องประกอบกรรมต่าง ๆ เพื่อการเติมธาตุสี่ แต่กายนั้นก็ทำกรรมตามที่ใจของเราเป็นตัวสั่งการ ส่วนของใจทำหน้าที่รู้และคิด ส่วนของกายพูดและทำ
แต่พอนั่งไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเราหายไป ไม่มีแขน ไม่มีขา ใจนิ่งมาก แล้วกระผมก็เริ่มเห็นดวงกลมใสๆขนาดเท่าลูกตาดำ อยู่ท่ามกลางความมืดตรงหน้ากระผม ห่างประมาณหนึ่งฟุต แต่เห็นแป๊บเดียวก็หายไป และพอนั่งสมาธิทุกครั้งกระผมก็จะเห็นแบบนั้น แต่ความมืดจะจางลงเรื่อยๆ ดวงนั้นก็สว่างขึ้นด้วยครับ
ในสมัยก่อนการทำผิดศีลทางวาจา เช่น การโกหกการนินทาว่าร้าย จะทำด้วยการพูดแบบปากต่อปาก แต่ปัจจุบันการทำผิดศีลทางวาจาถูกเพิ่มช่องทางขึ้นอีกในโลกของ Social Network แค่กดคลิกเดียวก็สามารถส่งผ่านข้อมูลไปถึงคนเป็นแสนเป็นล้าน ข้ามทวีป ข้ามประเทศ
บุคคลใดมีความเพียร ข่มขี่มาร ครอบงำมัจจุราชได้แล้ว ได้ถูกต้องธรรมอันเป็นที่สิ้นการเกิด บุคคลเช่นนั้นย่อมเป็นผู้รู้แจ้งโลก เป็นผู้มีปัญญาดี เป็นมุนี ผู้หมดความทะยานอยากในธรรมทั้งปวง
ค่ายคุณธรรมในโรงเรียนวัดประชาบำรุง กรุงเทพมหานคร ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและวินัยให้แก่นักเรียนตั้งแต่อนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 จัดโดยชมรมพุทธศาสตร์สากล 17 ส.ค. 2569
มีภิกษุอยู่รูปหนึ่งเป็นผู้ที่ชอบพูดจาโป้ปดอยู่เสมอ คำพูดอย่างหนึ่งแต่การกระทำอีกอย่างหนึ่งจนเป็นที่ระอาใจในหมู่ภิกษุสงฆ์ด้วยกัน ภิกษุทั้งหลายได้พาภิกษุที่ชอบโกหกไปเข้าเฝ้าองค์พระศาสดาเพื่อให้พระองค์ได้ชี้แนะตักเตือน