ขณะนั้น พระเจ้าจุลนีเสด็จขึ้นสู่พระคชาธาร พระองค์ทรงสวมฉลองพระองค์ด้วยเกราะแก้วประดับเพชรมณี พระหัตถ์ทรงศร ประทับสง่าเหนือคอพระคชาธารซึ่งทรงพละกำลังมหาศาล พลางมีพระบัญชาสั่งขบวนพลทุกกองทัพ ทั้งพลช้าง พลม้า พลรถ พลราบ และกองขมังธนู ประชุมพร้อมกันเพื่อเตรียมเผด็จศึกทันที
ทันใดนั้นเอง ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ทำให้พระองค์ถึงกับทรงตกพระทัย เพราะบัดนี้พระนครที่พระองค์ประทับอยู่ ได้ถูกกองทัพมหึมาเคลื่อนกำลังพลเข้าล้อมกำแพงพระนครไว้แล้วโดยรอบ แสงคบเพลิงนับแสนๆ ดวงถูกสาดส่องไปทั่วบริเวณ
พราหมณ์อนุเกวัฏกลับเข้าไปในฐานทัพแล้ว ก็ตะโกนก้องร้องประกาศแก่พวกพ้องว่า “พระเจ้าจุลนีหนีไปแล้ว...พวกเรารีบหนีกันเร็ว ขืนอยู่จักต้องตายไปตามๆกัน ไปเถิดพวกเรารีบหนีเร็วเข้า” บรรดาผู้สืบราชการลับ เมื่อได้ยินเสียงตะโกนร้อง ก็พากันตะโกนบอกต่อๆกันไป จนเสียงดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั้งกองทัพปัญจาละ
ละครฟื้นฟูศีลธรรมโลก “ผู้หญิงคนนี้ชื่อ สวาท” สร้างจากเรื่องจริงของคนสู้ชีวิต กัลยาณมิตรสวาท ปรีอารมณ์ ออกอากาศทาง DMC รายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2551
ละครเรื่องนี้ได้รับเกียรติจากดารา นักแสดง มากมาย และถือได้ว่าละครเรื่องนี้ได้รวมเอานักแสดงชาวอีสานชั้นนำชื่อดังของเมืองไทย นำมารวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็น คุณหน่อย อุ่นเรือน ราโชติ มารับบทเป็นสวาท ผู้หญิงสู้ชีวิต คุณรุ้งลาวัลย์ โทนะหงษา หรือที่เรารู้จักในชื่อ หนูหิ่น อินเตอร์ มารับบทเป็นน้องสาว คุณเอก ธนากร มารับบทเป็นพ่อขี้เมา และคุณบุ๋ม รัญญา ศิยานนท์ นักแสดงชื่อดังที่มารับบทเป็นเจ้าของร้านอาหาร
ดิฉันเก็บอารมณ์ และความชอกช้ำไว้กับตัวเอง ต่อมา มันก็หนักขึ้นๆ จนท่วมท้นหัวใจ ดิฉันโกรธ หดหู่ เหงา มากขึ้น และยอมจำนนให้ชีวิตอยู่กับการดื่ม การไม่รับประทานอาหาร และการทรมานตัวเองในรูปแบบต่างๆ ดิฉันฉุนเฉียวง่ายและว้าวุ่นใจอยู่เสมอๆ และรู้ว่าไม่มีทางที่จะรู้สึกดีขึ้น เพราะดิฉันอยู่กับอารมณ์ดังกล่าว ดิฉันแพ้ตัวเองอย่างแท้จริง