บุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต ถ้ามีบุญน้อย อุปสรรคก็มาก ถ้ามีบุญมาก อุปสรรคก็น้อย บุญเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิตของพวกเราที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิด สร้างบารมีเพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง คือ ที่สุดแห่งทุกข์ ที่สุดแห่งธรรม
คนตระหนี่กลัวความยากจนย่อมไม่ให้อะไรแก่ผู้ใด ความกลัวจนนั่นแหละ จะเป็นภัยแก่ผู้ไม่ให้ คนตระหนี่ย่อมกลัวความอยากข้าวอยากน้ำ ความกลัวนั่นแหละจะกลับมาสู่คนพาลทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เพราะเหตุนั้น บัณฑิตพึงครอบงำมลทินกำจัดความตระหนี่เสียแล้วให้ทานเถิด เพราะบุญย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า
ในวัยเด็ก เธอเกเรมาก ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ สูบกัญชา ชอบหนีเรียน ชอบขโมยผลไม้ของเพื่อนบ้าน แต่เมื่ออายุ 12 ปี เธอก็เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ เลิกสิ่งไม่ดีเหล่านั้นได้หมด เธอบอกว่า สาเหตุเพราะได้แรงบันดาลใจมาจากเสียงที่ดังออกมาจากในตัวของเธอ เป็นเสียงของชายและหญิง ที่คอยว่ากล่าวเมื่อเธอทำผิด คอยให้กำลังใจ และยังบอกเหตุที่จะเกิดล่วงหน้าได้อีกด้วย...เธอเคยถูกคนร้ายชิงทรัพย์ ถูกยิงแต่ไม่เป็นอะไรเลย...มาร่วมกันศึกษาชีวิตของเธอ ในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
เศรษฐีเห็นอิทธิฤทธิ์ของพราหมณ์ จึงถามว่าพวกท่านเป็นใคร พระอินทร์และเหล่าเทพบุตรบอกความจริงว่า พวกตนเป็นบรรพบุรุษของเศรษฐี และเหตุที่ได้เป็นเทพบุตรก็เพราะการบำเพ็ญทาน ไม่ประมาทในการกุศล และให้โอวาทเศรษฐีว่า "จงรักษาประเพณีการให้ทานต่อไป อย่าได้ตระหนี่หวงแหนทรัพย์ เพราะคนตระหนี่ย่อมตกนรก"
ชายคนหนึ่ง เป็นคนรักครอบครัว ทำงานหนักเพื่อให้ครอบครัวสุขสบาย ส่งเสียให้ลูกๆได้เรียนสูงๆ จะได้มีอาชีพที่ดี ไม่ต้องเหนื่อยยากลำบากเหมือนกับเขา...ต่อมา เขาได้ล้มป่วย เป็นมะเร็งปอดระยะที่3 เขาอยากที่จะสร้างบุญใหญ่ ด้วยการเป็นประธานรอง กฐินปี พ.ศ.2549 แต่ขณะนั้นครอบครัวยังไม่พร้อม...เมื่อพร้อมที่จะทำบุญ เขาก็ได้ละโลกเสียแล้ว ภรรยาของเขาได้ทำตามความต้องการของเขา เพื่อให้บุญนี้เป็นเสบียงติดตัวเขาไปทุกภพทุกชาติ
เรื่องราวความรักของลูกชายเศรษฐีกับลูกสาวชาวนา ซึ่งแม้จะไม่ราบรื่นนัก เพราะคุณพ่อสามีไม่พอใจ และโกรธมาก แต่ก็ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ได้พบกัลยาณมิตรในครอบครัวของสามี และได้มาพบกับหมู่คณะ จนมีอาชีพเป็นผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร สร้างบารมีกับหมู่คณะอย่างเต็มที่เต็มกำลัง...อุทาหรณ์ของการผูกพยาบาท...วิบากกรรมจากคำพูด และเรื่องน่าสนใจอื่นๆอีกมากหลาย
พอเลิกนั่ง ก็ไปกราบเรียนถามพระอาจารย์ว่า “ผมคิดไปเองรึเปล่า” ท่านก็บอกว่า “ที่เห็นเป็นกายละเอียดของเรา ต่อให้คิดให้ตายก็ไม่มาให้เห็นถ้าใจไม่นิ่ง” พอกลับมาบ้าน ก็นั่งสมาธิทุกวัน โดยเปิดเสียงของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ปัจจุบันยังเห็นพระค่อยๆผุดซ้อนขึ้นมาเรื่อยๆ บางช่วงใสมาก บางช่วงใสน้อย ผมมักจะนั่งได้ดีในตอนเช้า และขณะทำงาน ขับรถ ผมก็พยายามกำหนดทุกอิริยาบถไปด้วยว่า มีพระอยู่ในตัว