“พายเถิดนะพ่อพาย ตลาดจะวาย สายบัวจะเน่า” หมายถึง จะทำอะไรก็ให้รีบทำ อย่าชักช้าลังเลใจ ต้องทุ่มเททำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ หากหมดเวลาหมดโอกาสแล้ว ก็เหมือนตลาดจะวาย คือ หมดเวลาค้าขาย คนซื้อก็หาย สินค้าก็หมด สินค้าคุณภาพดีๆ ซึ่งเป็นที่ต้องการก็มีคนมาซื้อไปหมดแล้ว สายบัวจะเน่า คือ เอามาใช้ประโยชน์ไม่ได้จำเป็นต้องทิ้งไป เพราะเหลือแต่ของที่มีคุณภาพต่ำ เป็นสิ่งที่คนอื่นไม่อยากได้แล้ว
ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น ชีวิตของผมมีแต่ งาน...งาน...งาน จะมีเวลาเหลือก็คงแค่ตอนหายใจเท่านั้น ตอนนี้ผมได้เรียนรู้ที่จะปลดปล่อยงานบางอย่าง เพื่อที่จะทำสมาธิทุกวัน ทั้งตอนตื่นนอน และก่อนเข้านอน ขณะที่ผมได้เรียนรู้วิธีการทำสมาธิไปอย่างช้าๆนั้น ผมก็เริ่มรู้สึกว่า ผมจะระมัดระวัง ใส่ใจในคำพูด และการกระทำมากขึ้น เริ่มมองเห็นสิ่งต่างๆ จากมุมเล็กๆให้มีความหมายมากขึ้น
เมื่อคืนก่อนนี้เอง ดิฉันเห็นตัวเองอยู่ภายใน เป็นตัวเองที่ไม่ได้ย้ายมาจากที่ไหนหรือมีใครใส่เข้ามา เป็นสิ่งที่อาศัยร่างกายของดิฉันอยู่ เป็นตัวดิฉันที่ไม่ใช่ดิฉัน (It is me but it is not me) แต่งดงามกว่า ในวัยที่อายุยังน้อย อยู่ในท่านั่งสมาธิ (Lotus position) ซึ่งดิฉันไม่สามารถนั่งในท่านั้นได้ตลอด เพราะจะเมื่อย แต่กายที่เห็นในสมาธิไม่เปลี่ยนท่าเลย ฟังดูน่าตลก แต่เป็นอย่างนั้นจริงๆ