บัณฑิตทั้งหลาย ฟังธรรมแล้ว ย่อมเป็นผู้มีจิตผ่องใส เหมือนห้วงนํ้าที่มีความลึก เป็นห้วงนํ้าใสสะอาด ไม่มีความขุ่น ฉะนั้น
ดูก่อนสารีบุตร เราย่อมกำหนดรู้ใจบุคคลบางคนในโลกนี้ด้วยใจ อย่างนี้ว่า บุคคลนี้ปฏิบัติอย่างนั้น ดำเนินอย่างนั้น และขึ้นสู่หนทางนั้น เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ โดยสมัยต่อมา เราย่อมเห็นบุคคลนั้น เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เข้าถึงแล้วซึ่งสุคติโลกสวรรค์ เสวยสุขเวทนาโดยส่วนเดียว ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ ล่วงจักษุของมนุษย์
วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 วัดพระธรรมกายบอสตัน สหรัฐอเมริกา จัดงานบุญวันอาทิตย์ ภาคเช้าสาธุชนร่วมกันอาราธนาศีล 5 และกล่าวคำถวายถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน
สมบัติผู้ดี คำว่า “สมบัติผู้ดี” นั่นไม่ใช่คำพูดเปรียบเปรย สั่งสอนแต่เพียงอย่างเดียว คำว่า “สมบัติผู้ดี” นั่นเป็นชื่อหนังสือ ซึ่งเรียบเรียงโดยเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) ท่านทรงเรียบเรียงไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2455
คุณพ่อชอบทำบุญขณะที่นํ้าท่วมหนักท่านเคยเสี่ยงชีวิตว่ายนํ้า เพื่อเอาอาหารไปถวายพระที่วัด เพราะพระไม่สามารถออกมาบิณฑบาตได้
การเวียนเทียน คือ การถือดอกไม้ธูปเทียนที่จุดแล้วเวียนขวา เวียนประทักษิณ โดยให้สิ่งที่เวียนอยู่ทางขวามือของตน รอบปูชนียวัตถุหรือปูชนียสถาน 3 รอบ
ควรทำวันและคืนไม่ให้เปล่าประโยชน์ จะน้อยหรือมากก็ตาม เพราะวันคืนผ่านบุคคลใดไปแล้ว ชีวิตของบุคคลนั้นย่อมพร่องจากประโยชน์นั้น
เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลีกิเลส ผ่องใสไม่มัวหมอง ก็เลื่อมใส ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจถวาย ก็ได้ถวายทานอย่างกะทันหัน ผลแห่งบุญจึงสำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์
จากภพภูมิที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ภูมิมนุษย์เท่านั้น ที่มีความพิเศษกว่าภูมิอื่น เพราะเป็นสถานที่สร้างบุญและบาปได้อย่างเต็มที่
เมื่ออยู่ในสถานะที่แตกต่าง ความคิดความเข้าใจย่อมแตกต่าง ดังเช่น บางคนไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องให้ทาน เสียทรัพย์เปล่าๆ ทำไมต้องเข้าวัด เสียเวลา