ตอนนี้ทีมงานลูกพระธัมฯหน้าใสกำลังหมุนเวียนกันลงพื้นที่ชวนคนบวชทุกวัน ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงค่ะ ซึ่งพวกเราก็มีเป้าหมายว่าจะต้องชวนแมนแมนผู้มีบุญ ให้มาบวชให้ได้มากที่สุด ดังนั้นไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก รถจะติด เขม่าควันพิษจะเต็มชั้นบรรยากาศ พวกเราก็ไม่หวั่น งานนี้ไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคเลยค่ะ
ก้าวแรกที่ผมได้ก้าวลงบนกลีบดอกดาวรวย มันนิ่มมาก จริงๆ ก็อยากให้โยมรู้นะครับว่าพระก็ปลื้ม แต่พระต้องสำรวม พอเดินลอดซุ้มหลวงปู่บนสภาธรรมกายสากล ขนลุกไปหมดเลยครับ
วันนี้ทีมงานนักข่าวบุญสว่าง ยังคงเกาะกระแสความปลื้ม อภิมหาปลื้ม แบบเกาะติดทุกกิโลเมตรสว่างกันเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งบรรยากาศในช่วงเช้ามืดที่สนามกีฬาธูปะเตมีย์ในวันนี้ ก็คับคั่งไปด้วยผู้มีบุญทุกเพศทุกวัย
ก่อนมาบวช ผมมีชีวิตที่ระเหเร่ร่อน อยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง ทำงานไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง บางครั้งในกระเป๋าไม่มีเงินสักบาท ต้องเดินย่ำต๊อกออกหางานทำเป็นวันๆ
หลังจากที่พระราชาได้ฟังคำกราบทูลของคณะพราหมณ์โหราจารย์แล้ว พระองค์ก็ทรงรู้สึกหวาดกลัวต่อภัยอันตรายที่กำลังจะมาถึง ด้วยเหตุนี้เองพระองค์จึงทรงรับสั่งให้นำตัวพระราชกุมาร ไปฝังในป่าช้าผีดิบ
ในชีวิตของคนเรามีเรื่องต่าง ๆ มากมายให้ต้องประสบพบเจอ แถมเรื่องบางเรื่องยังเป็นเรื่องที่ชวนปวดเศียรเวียนเกล้าอีกต่างหาก ซึ่งนี่เองอาจจะเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดผลเสียทั้งต่อสภาพร่างกายและจิตใจ
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง จัดพิธีมอบรางวัลสำนักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรมดีเด่น ประจำปี 2552
เมื่อพระอชิตะได้รับพุทธพยากรณ์ในความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากพระบรมศาสดาแล้ว ความปลื้มปีติโสมนัสอย่างหาที่สุดมิได้ ก็พลันบังเกิดขึ้น
พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานพุทธพยากรณ์แก่พระอชิตะว่า “ท่านอชิตภิกษุรูปนี้ จักได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์สุดท้ายของภัทรกัปนี้
พระพุทธองค์จึงทรงเข้าพระทัยว่า ทำไม...พระน้านางจึงทรงรู้สึกน้อยใจเช่นนั้น และทำไม...ท่านอชิตภิกษุจึงเป็นผู้ได้รับผ้าสาฎกของพระน้านางในครั้งนี้