ฤดูอุปสมบทเข้ามาแล้วเพราะช่วงนี้จนถึงเข้าพรรษาในเดือนกรกฎาคม ชายไทยทุกคนที่นับถือศาสนาพุทธ และ ชายไทยที่เกิดตั้งแต่ พ.ศ.2534 ก็สามารถที่จะเข้าอุปสมบทบวชเป็นพระแท้ได้
บางคนหากไม่ได้สังเกตก็อาจไม่ทันรู้ตัวว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้นเป็นผลมาจากสติปัญญาอันเกิดจากการปฏิบัติสมาธิภาวนานั่นเอง
การทำหน้าที่พัฒนาวัดเกือบร้างให้สดใสสว่างไสวเปลี่ยนไปเป็นวัดรุ่งของเหล่าทหารหญิงจักรพรรดิ อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน จ.กาญจนบุรี
ชีวิตในสังสารวัฏ เป็นชีวิตที่เสี่ยงภัยมาก เพราะเมื่อเราเกิดมาแล้ว หากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการสร้างความดี เราอาจจะพลาดพลั้งไปทำบาปอกุศล เพราะขาดกัลยาณมิตรคอยชี้แนะ หนทางแห่งการสร้างความดี เมื่อละโลกไป แรงกรรมที่เรากระทำไว้ย่อมจะส่งผลให้เรามีโอกาสไปเกิดในอบายได้มาก
จากชีวิตอันดำมืดของนักเลงหัวไม้ มั่วสุมเสพยา แต่การบวชเปลี่ยนเขาได้จากดำเป็นขาว จากมืดเป็นสว่าง การบวชให้ประโยชน์มากว่าที่คุณคิด
นักเรียนจากวิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี ได้เข้ารับการอบรมนักเรียนแกนนำ
โครงการบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน ห้าแสนคน
วันไหว้ครูปีนี้พิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา คือ ให้ตัวแทนนักเรียนที่เสียงเพราะๆ ออกมาขับเสภาด้วยกลอนเทิดพระคุณครู และให้นักเรียนได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการนำผลไม้มาจัดเป็นพานไหว้ครู พร้อมธูปเทียน และดอกไม้ แทนพานดอกไม้ล้วนๆแบบเดิม
ลูกก็ไม่ได้ภาวนา “สัมมา อะระหัง” อีก เพราะใจหยุดเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร เชื่อคำคุณครูไม่ใหญ่ที่บอกว่า มีอะไรให้ดูก็ดูกันไป ลูกยิ่งมององค์พระก็ยิ่งงาม ยิ่งมีความสุข เหมือนที่ลูกเคยได้ยินใครเคยบอกไว้ว่า “สุขจริงหนอ สุขจริงหนอ” มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ช่างเป็นความสุขที่ไม่อาจบรรยายได้ เป็นความสุขที่มาเติมเต็มให้กับชีวิต ไม่เหมือนความสุขแบบพร่องๆ อย่างที่เคยพบในทางโลก
ความไม่มีโรคภัยไข้เจ็บถือเป็นลาภอันประเสริฐ แม้จะเป็นเศรษฐีมีทรัพย์สมบัติมากมาย แต่หากถูกโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนแล้ว จะแสวงหาความสุขแบบชาวโลกทั่วไป ก็ได้ไม่เต็มที่ เพราะความผิดปกติของสังขารร่างกาย ดังนั้น พระพุทธองค์จึงตรัสว่า สุดยอดของความมีลาภแบบชาวโลกทั่วไป คือ ขอให้เราเป็นผู้ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ