ผีเสื้อน้ำที่สุวรรณภูมิอาศัยอยู่ในทะเล หากมีทารกเกิดในราชตระกูลเมื่อใด จะขึ้นมาจับทารกไปกินอยู่เสมอๆ ในวันที่พระเถระทั้งหลายไปถึงสุวรรณภูมิ และประจวบเหมาะกับเป็นวันที่เด็กเกิดในราชตระกูลพอดี พวกชาวเมืองเห็นพระเถระเข้า ก็พากันเข้าใจว่าเป็นพวกผีเสื้อน้ำ เพราะไม่เคยเห็นพระภิกษุมาก่อนเลย ต่างก็ถืออาวุธเข้าไปจะทำร้ายพระเถระ
เมื่อตรัสเล่าเรื่องนี้แล้ว พระบรมศาสดาก็ตรัสสรุปว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แร้งนั้นถึงความพินาศฉันใด แม้ผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นคฤหัสถ์หรือบรรพชิต ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ถ้าไม่เชื่อคำสอนของผู้รู้ทั้งหลาย ผู้หวังอนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูล แม้ผู้นั้นก็จะถึงความพินาศอย่างนั้นเหมือนกัน”
เรื่องราวของหนูน้อยมหัศจรรย์ ที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นข่าวใหญ่มากในหน้าหนังสือพิมพ์ เป็นผู้โดยสารบินเดี่ยวที่อายุน้อยที่สุด เท่าที่เคยมีมาในโลก ขณะเป็นทารกอายุเพียง 5เดือนเท่านั้น และเรื่องของพลังจักรวาล ที่สามารถช่วยให้มนุษย์หายเจ็บป่วยนั้นมีจริงหรือ เป็นสมาธิอย่างเดียวกับวิชชาธรรมกาย หรือไม่
เรื่องราวชีวิตในสังสารวัฏนั้น มีเรื่องแปลกๆ มากมาย ที่เป็นคำถามให้สงสัย รอคอยผู้มีบุญมาเฉลยคำตอบ ชีวิตของบุคคลที่เกิดมา ล้วนมีฉากหลังกำกับ นั่นคือบุญและบาป ขึ้นอยู่กับสิ่งใดจะมีกำลังส่งผลมากกว่ากัน คนที่ได้รับผลบุญพิเศษนั้น จะต้องสร้างบุญไว้มากๆ ไม่ใช่ว่าจะได้มาอย่างง่ายๆ ถ้าอยากกำหนดชีวิตของเราให้เป็นไปในทิศทางใด
พระพุทธองค์ทรงชี้ทางรั่วไหลออกของทรัพย์ว่า โภคทรัพย์ที่เกิดโดยชอบนี้ มีทางเสื่อม ๔ ประการ คือ เที่ยวผู้หญิง ดื่มสุรา เล่นการพนันและคบมิตรชั่ว เหมือนสระ น้ำใหญ่ มีทางไหลเข้า ๔ ทาง ทางไหลออก ๔ ทาง จึงจำเป็นต้องเปิดทางไหลเข้า ปิดทางไหลออกของสระ ด้วยการไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขทุกชนิด
หากจะมีพระอินทร์จำแลงลงมาบอกว่า “ธรรมะไม่มีจริง สิ่งที่ผมเห็นมันไม่ใช่” ผมก็จะตอบว่า “ผมเชื่อมั่นในสิ่งที่ผมเห็น ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะผมพิสูจน์สิ่งนี้ด้วยตัวเองแล้ว” อีกทั้งผมก็จะถามพระอินทร์กลับไปว่า “หากไม่ใช่ แล้ว ทำไมมีพระหลายรูปเห็นองค์พระที่อยู่กลางท้องเหมือนๆ กัน ให้ท่าน (พระอินทร์) ลองมานั่งสมาธิด้วยกันไหม เพื่อพิสูจน์กันให้เห็นๆไปเลย”
มนุษย์ทั้งหลายไม่ได้ยินดีให้โรคเกิดขึ้นในร่างกาย ของตน แต่ที่เกิดขึ้นเพราะบาปอกุศลที่ตนทำไว้ในปางก่อน เพราะฉะนั้น กุศลกรรมและอกุศลกรรมที่เขาทำไว้ในชาติก่อนก็ดี ในชาตินี้ก็ดี ต้องไม่เป็นหมัน ยังมีผลอยู่ เหมือนกัน นี้ชี้ให้เห็นว่า การบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ดับขันธปรินิพพานแล้ว ก็ไม่เป็นหมัน ยิ่งมีผลมาก
จากนั้นก็ทรงมีพระราชดำรัสสั่งให้เปิดท้องพระคลังทั้งหมด และให้จารึกแผ่นทองคำติดไว้ ณ เสาท้องพระโรงว่า “ผู้ใดต้องการทรัพย์สมบัติเงินทองของมีค่า ก็จงมาขนเอาไปจากท้องพระคลังหลวงนั้นเถิด”