ฝ่ายมโหสถบัณฑิตทราบข่าวนั้นแล้ว ก็เริ่มวิตกถึงการมาของพราหมณ์เกวัฏ เพราะยังไม่รู้แน่ว่า เบื้องหลังการมาของพราหมณ์เกวัฏ จะมาด้วยมีวัตถุประสงค์อื่นใดเคลือบแฝงอยู่หรือไม่ ดังนั้นเพื่อต้องการรู้ความจริง มโหสถจึงได้รีบส่งข่าวไปยังสหายผู้ที่แฝงตัวอยู่ในราชสำนักของพระเจ้าจุลนี เพื่อสอบถามถึงเหตุที่มานั้น
ไม่นานเท่าไหร่ ชื่อเสียงของพระนางปัญจาลจันทีก็เลื่องลือไปถึงพระราชสำนักของพระเจ้าวิเทหราช กระทั่งไปถึงพระกรรณของพระเจ้าวิเทหราช พระเจ้าวิเทหราชทรงสดับข่าวที่โจษขานเกรียวกราวไปทั่วพระนคร ก็ทรงใคร่จะสดับเพลงขับนั้นบ้าง ท้าวเธอจึงให้เรียกคณะนักขับร้องจากปัญจาลนครมาเข้าเฝ้า
ตั้งแต่นั้นมา ในยามค่ำคืนดึกสงัด เสียงขับลำนำขับขานยกยอพระสิริโฉมของพระราชธิดาปัญจาลจันที ก็ดังกังวานแว่วมาจากต้นไม้ใหญ่ในพระนคร ครั้นใกล้รุ่งก็ปรากฏคล้ายเสียงกังสดาลดังก้องไปในอากาศ แล้วเสียงนั้นก็ค่อยๆหายเงียบไป ชาวปัญจาลนครทั้งหลาย เมื่อได้ยินเสียงเพลงขับเลื่อนลอยมาแต่ไกลในยามราตรี ไพเราะเสนาะจับจิตจับใจยิ่งนัก ก็พากันพิศวง งงงวยไปตามๆกัน และครั้นรุ่งสางก็ยังได้ยินเสียงกังสดาลดังกังวานแว่วอีก
พี่อ้วนบอกว่า “เป็นครั้งแรกเลยที่ได้มาวัด พอไปบอกแม่ แม่ก็อยากมาด้วย แต่ว่ารถมันเต็ม เขาจ้างเรามา ถ้าพาแม่มาด้วยมันก็จะดูน่าเกลียด” พี่อ้วนจึงไม่ได้พาแม่มา ส่วนแม่ก็พูดได้แต่คำว่า “เสียดาย” แต่พี่อ้วนก็คิดว่า “ไม่เป็นไรเดี๋ยวงานกฐินคราวหน้า เขาก็ต้องมาจ้างเราไปวัดอีก เอาไว้ค่อยพาแม่ไปก็ได้”
ถ้าสามารถเอามนุษย์ทุกคน ขึ้นไปบนดวงจันทร์แล้วมองย้อนกลับมาที่โลกมนุษย์ ผมคิดว่ามนุษย์ทุกคน คงจะมองเห็นว่า ตอนนี้โลกกำลังเผชิญสิ่งเลวร้าย แต่เราเพียงจะดูเพื่อให้รู้ว่า โลกกำลังเผชิญสิ่งที่เลวร้าย แค่นั้นหรือ เราจะแก้ไขโลกนี้ได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ค้างคาใจผม