คุณแม่ป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ มีอาการซึมเศร้า กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่ยอมพูดจากับใคร ร่างกายผ่ายผอมลง คนทรงในหมู่บ้านทักว่า ต้องรับขันธ์ และให้สร้างศาลที่หน้าบ้านแล้วจะหาย
ลูกฝาแฝดคนเล็กของลูก ป่วยเป็นโรคไตอักเสบเรื้อรังมาตั้งแต่อายุได้เพียง ๔ เดือน พออายุได้ ๒ ขวบ ก็ชักตาค้างเนื่องจากไข้ขึ้นสูงอีก เมื่ออายุได้ ๖ ขวบกว่าๆ ก็ตรวจพบว่า เป็นโรคเบาหวาน
ตอนที่ลูกตั้งท้อง พอครบกำหนดคลอด สามีบอกให้ผ่าออกดีกว่า สบายกว่า ลูกจึงตกลงผ่า แต่หลังผ่าแล้วก็ไม่ได้สบายอย่างที่คิด คือ ลูกเป็นตะคิวในท้องและที่ขาอยู่เป็นประจำ หลังก็แข็ง
โยมพ่อเคยไปทำงานในเหมืองพลอยกลางป่า พื้นที่แถบนั้นเสี่ยงต่อโรคไข้มาลาเรีย บางคนหนาวสั่นรุนแรง ไข้ขึ้นสูงจนเพ้อ อาการปางตาย
บุตรสาวของลูก ตอนเกิดมาก็มีร่างกายสมบูรณ์ดี แต่พออายุได้ ๑๒ ปี ก็เริ่มมีอาการกระดูกที่หลังคดเป็นรูปตัว S พออายุ ๑๔ ปียิ่งคดมากจนเห็นได้ชัด ทำให้ไหล่สองข้างสูงต่ำไม่เท่ากัน โรคนี้โดยปกติรักษาไม่หาย
ลูกคลำเจอก้อนเนื้อเล็กๆที่ใต้รักแร้ คุณหมอ ๓ ท่านแรกวินิจฉัยว่าลูกน่าจะเป็นต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ไม่น่าจะเป็นมะเร็ง เพราะอายุก็ยังไม่มาก ร่างกายก็แข็งแรงดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ
ลูกเป็นลูกสาวคนโต มีน้อง ๙ คนต้องทำงานหนักทั้งงานบ้านและทำนา พออายุ ๑๖ ปี ลูกป่วยหนักเป็นโรคฝีในท้องนำส่งโรงพยาบาลแทบไม่ทัน ตั้งแต่วินาทีที่หมอผ่าตัดดูดเอาหนองออกจากท้อง ลูกก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย
คุณแม่เป็นลูกกำพร้าพ่อมาตั้งแต่เล็กและป่วยเป็นโรคตา มีอาการตามัว มองภาพไม่ชัดเจน คุณหมอบอกว่า เป็นต้อหิน ต่อมาเป็นต้อกระจก ต้องผ่าตัด ต่อมาประสาทตาจอตาอักเสบ ต้องผ่าตัดใหญ่อีก ๑ ครั้ง ขณะที่ผ่าตัด ยาชาเข้าไปไม่ถึงทำ ให้คุณแม่รู้ตัวตลอดเวลาว่าตัวเองเจ็บ
คุณตาเป็นลูกคุณพระสมัยรัชกาลที่ ๖ มีฐานะดีมาก ท่านชอบยิงนกตกปลาตั้งแต่วัยหนุ่มเมื่อ แต่งงานกับคุณยาย ท่านมีความสุขกันมาก แต่ความสุขนั้นมีระยะเวลาสั้นนักเนื่องจากคุณตาได้ล้มป่วยลงอย่างกะทันหันด้วยวัณโรค และเสียชีวิตด้วยวัยเพียง ๒๕ ปี
คุณตาของลูก อดีตเคยเป็นกำนัน และเคยมีอาชีพเป็นพรานล่าสัตว์ ในวัยชราคุณตาได้ล้มป่วยลงด้วยโรคอัมพฤกษ์และโรคเกาต์จนเดินไม่ได้ ตั้งแต่ลูกจำความได้ก็เห็นคุณตานอนร้องครวญครางอยู่แต่ในห้องมืดๆ ลุกไปไหนไม่ได้ ต้องมีคนคอยดูแลตลอด