เท่านั้นแหละครับ แผ่นเหล็กไปเกี่ยวกับสายไฟ ทำให้กระแสไฟ 220โวลต์วิ่งเข้าสู่ร่างกาย มือของกระผมยึดติดแผ่นเหล็กแน่น ความเจ็บปวดชาหนึบไปถึงปลายเท้า รู้ทันทีว่าความตายมาถึงแล้ว กระผมหลับตาลง ยอมรับความตายอย่างมีสติ พร้อมกับใจคลายความห่วงกังวลทั้งหมด มุ่งกลับฐานที่เจ็ดทันที
เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2551 ที่ผ่านมา ในช่วงหัวค่ำ ขณะที่ลูกได้ทำหน้าที่ผู้นำบุญชวนคนมานั่งสมาธิที่บ้าน โดยไม่ทันรู้เลยว่าที่ร้านอาหารของลูกในกลางดึกกำลังเกิดภัยพิบัติร้ายแรง เพราะได้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นที่หน้าธนาคารใกล้กับร้านของลูกซึ่งเป็นห้องแถวอยู่ใกล้ๆกัน ไฟก็ลุกไหม้กระพือโหมอย่างรวดเร็ว
เมื่อวันที่ 5 เมษายน ซึ่งเป็นวันพระใหญ่ ก็มีการลงสวดพระปาติโมกข์ ในระหว่างที่กระผมฟังพระปาติโมกข์อยู่นั้น ก็ได้หลับตาเบาๆ ทำใจหยุดนิ่งเฉยๆ อยู่ที่ศูนย์กลางกายอย่างสบายๆ สิ่งอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นครับ ซึ่งในตลอดชีวิตของกระผมไม่เคยประสบมาก่อน คือ อยู่ๆก็มีองค์พระแก้วใสเกตุดอกบัวตูมมาปรากฏอยู่กลางท้อง
มะเร็งลามจากต่อมน้ำเหลืองสู่ลำคอ แล้วลามต่อไปถึงปอด อันเป็นระยะสุดท้าย วินาทีนั้น...ลูกหวาดกลัวจนตัวสั่น หน้าซีดเหมือนไก่ถูกต้มสุก รู้สึกเคว้งคว้าง สับสน เหมือนหลงทางอยู่กลางป่าเพียงลำพัง หวั่นไหว หวาดกลัวมรณภัยที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ แต่ใครเล่าจะยอมตายจากลูกน้อยที่แสนรักแสนห่วงใย ตราบยังมีลมหายใจ ชีวิตย่อมมีความหวัง
เขาวาดรูปไม่ถึง 3นาที ยอดกัลยาณมิตร จึงหยิบกระดาษมาดู เห็นเป็นรูป คน ในท่านั่งสมาธิ วาดสวยและเห็นรายละเอียดชัดเจน คือ ขาขวาทับขาซ้าย และบนศีรษะ มีปุ่มโค้งๆ เป็นรูปลักษณะดอกบัว...ภาพที่เห็น ทำให้ยอดกัลยาณมิตร ตะลึงมาก เขาพยายามพูดอีกว่า “เป็นคน sit and sleep” (หมายถึง คนนั่งหลับตา)
ตอนลูกนั่งสมาธิ หลังจากหลับตาเบาๆผ่อนลมหายใจสบายๆไปสักครู่ ลูกก็รู้สึกว่าลมหายใจของลูกเย็นๆไปถึงกลางท้อง พอลมหายใจไปสุดที่กลางท้องแล้ว ภายในท้องของลูกก็ว่างเป็นที่โล่งๆ ไม่มีอวัยวะภายในเลย แล้วลูกก็ถูกดูดลงไปด้านล่างอย่างน่ากลัว
จากเหตุวันนั้นก็มีข่าวโจมตีวัด กล่าวหาว่ายิงเลเซอร์ไปที่ดวงอาทิตย์ ฟังแล้วน่าหัวร่อ ลูกคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าทำได้จริง ๆ ทำไมเขาไม่ทำให้เราเห็นด้วย ทั้งที่เราก็อยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่เห็นอะไรเลย