ลูกดีใจมาก ตัดสินใจนำเงินกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ถวายเพิ่มในวันอาทิตย์ต้นเดือนทั้งที่เงินก้อนนี้เป็นต้นทุนในการผลิตสินค้าด้วย แต่ลูกไม่รู้สึกกลัวว่าจะหมุนเงินไม่ทัน กลับปลื้มปีติใจที่ได้ทำบุญนี้ หลังจากนั้น ลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ต่างก็สั่งสินค้าเข้ามาไม่หยุด จนลูกมั่นใจแล้วว่า อานุภาพบุญมีจริงๆ “เพราะฉะนั้นเรื่องบุญ จะแผ่วได้ยังไงคะ”
ฝ่ายมหาทุคตะกลับจากวิหารเห็นเหตุอัศจรรย์เช่นนั้น บังเกิดมหาปีติ ขนลุกไปทั่วสรรพางค์ ปลื้มใจว่า ฝนรัตนะ ๗ ประการ ตกเพราะพุทธานุภาพอันไม่มีประมาณ รวมทั้งบุญญานุภาพที่ตัวได้ทำในวันนี้ จากนั้นเขารีบไปยังราชสำนัก พลางกราบทูลพระราชาว่า "บ้านของข้าพระองค์เต็มไปด้วยรัตนะ ๗ ประการ ขอพระองค์ทรงให้ราชบุรุษนำเกวียนไปขนทรัพย์นั้นมาเถิด พระเจ้าข้า"
พระองค์ทรงรับอาราธนา แล้วประทานบาตรแก่มหาทุคตะ มหาทุคตะรับบาตรไปด้วยความดีใจ เสมือนหนึ่งได้มหาสมบัติจักรพรรดิ น้ำตาไหลอาบแก้ม ด้วยความปลาบปลื้มปีติยินดี แม้พระราชามหาอำมาตย์ จะอ้อนวอน ขอบาตร หรือต่อรองขอซื้อบาตร ด้วยราคาเป็นแสน เขาก็ไม่ยอมขาย เพราะมหาทุคตะเป็นผู้มีปัญญา เห็นว่าบุญเท่านั้นที่จะเป็นสมบัติติดตัวไปได้ ทั้งในภพนี้และภพเบื้องหน้า จึงไม่ยอมยกบุญนี้ให้แก่ใคร
ในตอนนี้เรามาศึกษาวิธีแก้ความยากจนข้ามชาติของมหาทุคตะกัน ต่อ ว่าเขามีวิธีการอย่างไร ถึงตอนที่ มหาทุคตะ ออกปากรับคำที่จะเลี้ยงพระภิกษุรูปหนึ่งในจำนวน ๒๐,๐๐๐ รูปแล้ว เขารีบกลับบ้านไปชักชวนศรีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ให้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงพระสัก ๑ รูป ภรรยาก็ไม่ขัดข้อง และกล่าวอนุโมทนาว่า พี่คิดถูกแล้ว เมื่อชาติก่อนเราไม่ได้ให้อะไรๆ ชาตินี้จึงต้องเกิดเป็นคนยากจน
ชายคนหนึ่งชื่อ มหาทุคตะ เพราะความเป็นผู้ยากจนมาก ยากจนกว่าใครทั้งหมดในเมือง บางวันเขาและภรรยาต้องไปขออาหารเหลือเดน ที่ชาวบ้านจะเททิ้งมากินประทังชีวิต แม้มหาทุคตะจะจนทรัพย์แต่ไม่อับจนปัญญา ในวันนั้นบุญเก่าตามมาทัน ส่งผลให้เกิดปัญญา เขาคิดว่า "ที่เราอดอยาก ยากจนอยู่ทุกวันนี้ เพราะความตระหนี่ของเราแท้ๆ ดังนั้น วันนี้ เราจะต้องทำบุญใหญ่ให้ได้"
วันหนึ่ง เธอได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าเดินบิณฑบาตผ่านหน้าบ้าน บังเกิดความเลื่อมใส จึงรีบนำอาหารหวานคาวมาใส่บาตร ถวายดอกปทุมกำหนึ่ง พลางตั้งความปรารถนาว่า "ไม่ว่าจะเกิดไปกี่ภพกี่ชาติก็ตาม ขอให้เป็นที่รักของมหาชนเหมือนดอกปทุมนี้" ทั้งยังอธิษฐานเพิ่มเติมอีกว่า "การอยู่ในครรภ์มารดาเป็นสิ่งลำบาก ขอให้ได้เกิดในดอกปทุม ไม่ต้องไปอาศัยอยู่ในครรภ์มารดาอีก"
หญิงสาวนักสร้างบารมี...พี่สาวของเธอ เป็นคนดี เป็นที่รักของหลายๆคน แต่ต้องมาเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร เพราะถูกโจรฆ่าตายเพื่อชิงทรัพย์...พี่ชายที่แสนดีของเธอ อยู่ๆวันหนึ่งก็ยิงตัวตาย เมื่ออายุเพียง 38ปี...ตัวเธอเอง ได้เข้ามาช่วยงานพระศาสนาเกือบสิบปีแล้ว ครั้งหนึ่งเธอรอดตายจากอุบัติเหตุมาได้อย่างฉิวเฉียด เธอเชื่อมั่นว่า ต้องเป็นความเมตตาจากมหาปูชนียาจารย์ ที่ช่วยชีวิตของเธอไว้...คำถาม การไม่รับประทานเนื้อสัตว์ (มังสวิรัติ) จะได้บุญหรือไม่
เธอเกิดมาในครอบครัวชาวจีน...ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่ของเธอจะแต่งงานกัน คุณพ่อของเธอเป็นคนมีฐานะ งานแต่งงานจัดอย่างใหญ่โต แต่เมื่อแต่งงานกันแล้วกลับจนลงเรื่อยๆ จนแทบไม่มีจะกิน...เธอกับสามีมักจะทะเลาะกันอยู่เสมอ จะเข้ากันได้อยู่เรื่องเดียว คือ เรื่องของการทำบุญ...เรื่องน่าศึกษา วจีกรรม จะมีผลต่อผู้กระทำหรือไม่อย่างไร และ อุทาหรณ์สำหรับนักเสพยาทั้งหลาย เมื่อละโลกแล้ว จะไปไหน...ที่นี่...มีคำตอบ
เพราะความรัก ชายคนหนึ่งต้องยอมตัดใจลาจากครอบครัว เนื่องจากกลัวว่า จะติดโรคร้ายที่ตนเองเป็นอยู่...ชายอีกคนหนึ่ง ประสบอุบัติเหตุทารงรถยนต์ แม้ว่า เขาจะมีฐานะพอที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ แต่กลับไม่ได้รับการดูแลจากหมอและพยาบาล ดีเท่าที่ควร แม้ย้ายไปโรงพยาบาลแห่งใหม่ก็ยังเหมือนเดิม...ชายอีกคนหนึ่ง เป็นมีฐานะดี แต่ภายหลังถูกโกง น่าแปลกที่ตัวเขากลับเข้าข้างคนโกง
ลูกเป็นลูกคนโต มีพี่น้อง 3 คน ลูกคลอดที่ รพ.หญิง หรือ รพ.ราชวิถีในปัจจุบัน คุณแม่เล่าให้ฟังว่า ตอนแรกเกิดได้ 1 วัน มีสิ่งประหลาดเกิดขึ้นคือ พยาบาลนำลูกใส่กล่องมาให้แม่ดูแลเอง คุณแม่เห็นสิ่งประหลาด ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ มีแต่หัวกลมๆ มีใบหน้าสีดำใหญ่มาก รอบๆหัวมีแสงสีเหลืองใหญ่ จ้องมองดูลูกไม่ยอมไปไหน คุณแม่ตกใจมาก เรียกคุณน้าที่นอนเฝ้าให้ตื่นคุณน้าก็ไม่ตื่น คุณแม่ต้องท่องนะโมฯ แล้วโยนพระที่คล้องคออยู่ เข้าไปในกล่องที่ลูกนอน สิ่งประหลาดนั้นจึงหายไป