คำถาม : ถ้ามีบุคคลนำเรื่องที่เราพูดถึงบุคคลอื่นในที่ลับไปพูดต่อ จนทำให้ตัวเราเป็นที่เกลียดชังต่อบุคคลทั่วไป เราควรทำอย่างไรดีคะ และเราจะมีวิธีพูดกับเขาอย่างไรไม่ให้เขาทำแบบนี้ต่อไปค่ะ?
คำคมสอนใจกับธรรมะใสๆ ที่ให้แง่คิดมุมมองดีๆ กับชีวิต สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น
ฝ่ายมโหสถบัณฑิตเมื่อได้รับข่าวจากทูตทหารเหล่านั้น จึงส่งข่าวตอบไปว่า “ขอ ท่านทั้งหลายอย่าได้วิตกกังวลไปเลย บัดนี้เราได้เตรียมการป้องกันพระนครไว้แล้วด้วยความไม่ประมาท ว่าแต่พวกท่าน เมื่อจะทำการใดๆก็จงระแวดระวังให้ดี อย่าให้ถูกจับได้ และจงอย่าประมาท เป็นเหตุให้เสียการ”
เมื่อพราหมณ์เกวัฏกราบทูลแผนการจบลง สุวโปดกมาถูระก็บินรี่ออกจากที่ซ่อน โผลงจับกิ่งสาละที่อยู่เหนือศีรษะของพราหมณ์เกวัฏ พลางถ่ายคูถรดลงบนศีรษะของเกวัฏ แล้วร้องขึ้นว่า “ปรึกษาอะไรกัน”
ฝ่ายพระเจ้าวิเทหราช พระองค์เสด็จเข้าสู่พระแท่นบรรทมตั้งแต่ปฐมยาม จนล่วงเข้ามัชฌิมยามแล้ว ก็ยังมิอาจข่มพระเนตรลงได้ ท้าวเธอเสด็จบรรทมอยู่ด้วยพระหฤทัยกระสับกระส่ายยิ่งนัก ทุกครั้งที่ทรงหวนระลึกถึงใบหน้าของมโหสถบัณฑิต และภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นมาเมื่อตอนกลางวัน ท้าวเธอก็ยิ่งไม่สบายพระทัยเป็นนักหนา
เรื่องราวอันเป็นความลับเฉพาะตนที่ อาจารย์ทั้ง ๔ นำมาเล่าสู่กัน ไม่ต่างอะไรกับคนโง่เขลาเบาปัญญา ที่ผ่าอกของตนแล้วสาวไส้ออกมาพร้อมจะให้หมู่นกกาจิกกิน ช่างน่าสงสารอาจารย์เหล่านั้น ที่หารู้ไม่ว่ามโหสถกำลังแอบฟังความลับทั้งหมดของพวกตนอยู่ในถังข้าวใบนั้นเอง
พระอัครสาวกและพระโกกาลิกะพร้อมด้วยภิกษุ 1,000 รูป ติดตามไปเยี่ยมชาวบ้านในหมู่บ้าน พวกอุบาสกเหล่านั้นพากันต้อนรับด้วยเภสัชและเครื่องนุ่งห่มแต่ก็ไม่ได้ถวายแก่พระโกกาลิกะอีก จึงทำให้ท่านถึงกับทนไม่ไหว ด่าตัดพ้อพระเถระทันที “ พวกท่านนี่ เป็นตัวขัดลาภข้าจริง ๆ ทำไมชาวบ้านถวายสิ่งของแก่พวกท่านกลับไม่ถวายเจ้าอาวาสอย่างข้า ”
สุวโปดกรู้ว่า ถึงอย่างไรนางก็จะไม่ยอมบอกตนง่ายๆ จึงได้ใช้ไม้ตายสุดท้ายเพื่อให้นางยอมจำนน “เอาเถอะ พี่เชื่อที่น้องพูด แต่จะพิสูจน์ด้วยการกระทำของน้อง น้องก็รู้นี่ว่า ธรรมดาคู่รักกัน ไม่ควรมีความลับต่อกัน ต่างฝ่ายจึงจะมั่นใจได้ว่า ผู้ที่ตนรักมีความซื่อสัตย์ต่อกันจริง แต่ในเมื่อน้องไม่ยอมบอกความลับแก่พี่ การเป็นสามีภรรยาของเราจะมีความหมายอะไร”
มโหสถบัณฑิตกราบทูลว่า “จะเปิดเผยก็ได้พระพุทธเจ้าข้า แต่ต้องเลือกบุคคลที่จะเปิดเผยให้ถ่องแท้ หากว่าุบุคคลนั้น เป็นสตรีผู้มีใจคอไม่หนักแน่น ๑ เป็นผู้ที่ไม่ใช่มิตร ๑ เป็นผู้ฝักใฝ่ในอามิส คือมีความโลภในทรัพย์ ๑ เป็นผู้ที่มิใช่มิตรแต่ทำทีว่าเป็นมิตรด้วยแฝงความต้องการบางอย่าง ๑ บุคคลเหล่านี้ บัณฑิตต้องเว้นเสียเด็ดขาด ไม่ควรจะวางใจเลย
อาจารย์ทั้ง ๔ เมื่อต่างก็ต้องมาตกอยู่ในภาวะคับขัน ที่เหลียวมองไปทางใดก็ยังไม่เห็นว่าจะมีทางรอดพ้นไปได้ ความเหิมเกริมคิดจะชิงดีชิงเด่นกับมโหสถบัณฑิตจึงหมดสิ้นไปจากใจ เปลี่ยนไปเป็นความหวาดกลัวต่อเงื้อมมือแห่งมฤตยู ที่กำลังมายื่นรอปลิดชีวิตของพวกตนอยู่ต่อหน้า