หลายคนมาเห็นความสำเร็จของผม ณ วันนี้ แทบจะไม่มีใครคาดคิดหรอกครับว่า ผมเคยเป็นผู้หนึ่งที่ผ่านความจนมาอย่างโชกโชน เพราะผมจะมาจากเด็กสลัม ที่ไม่มีอะไรเลย เคยเช่าพื้นที่แคบๆหน้าห้องส้วมอยู่กันทั้งครอบครัวมาก่อน หนำซ้ำยังต้องอยู่อย่างอดๆอยากๆ ต้องกินน้ำก๊อก จนเรียนจบมหาวิทยาลัย
ผมก็เป็นวัยรุ่นธรรมดาคนหนึ่งที่มีชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไป แบบว่า ว่างก็เดินเหล่สาวแถวสยามฯ เข้าร้านเน็ต เล่นเกม เล่น MSN เวลาอยากร้องเพลง เราก็จะไปกันเป็นทีม เข้าไปอัดรวมกันอยู่ในตู้เล็กๆ เหมือนคนขาดความอบอุ่น แล้วแย่งกันร้องเพลง
พระเดชพระคุณหลวงพ่อคะ เคล็ดลับการเรียนของหนู คือ การนั่งสมาธิทุกวันค่ะ โดยหนูจะตั้งใจเรียนเวลาที่คุณครูสอน และเวลาที่จะสอบก่อนที่จะไปสอบ หนูจะนั่งสมาธิอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หนูทำอย่างนี้ ทำให้หนูทำข้อสอบได้เร็ว ใช้เวลาคิดไม่นาน ก็จะคิดออกแล้วค่ะ เหมือนจำหนังสือได้เป็นหน้าๆ หนูจะจำได้เป็นเล่มๆค่ะ และจะรู้เลยว่า คำตอบอยู่หน้านี้ บรรทัดนี้
ครั้งหนึ่งผมนั่งสมาธิท่ามกลางความมืด ผมวางใจไว้ที่กลางท้องตามที่คุณครูไม่ใหญ่สอน ทิ้งเรื่องราวต่างๆจากใจ นึกที่กลางท้องว่าร่างกายของเราเป็นแหล่งของความสุข และแผ่เมตตาไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย ซักพักก็รู้สึกว่าใจสงบ พอใจเริ่มสงบก็มีแสงสว่างเกิดขึ้นมากลางความมืด เป็นแสงสว่างที่คล้ายกับแสงของพระอาทิตย์ครับ เจิดจ้าออกมา แล้วน้ำตาผมก็ไหลออกมาเอง
หนูได้ปฏิบัติธรรมตามเสียงของหลวงพ่อ คือเอา ขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ทำใจสบายที่กลางท้อง ปล่อยใจตามเสียงหลวงพ่อไปเรื่อยๆ นั่งไปประมาณชั่วโมงครึ่ง รู้สึกสบายมากๆ สักพักก็พบกับสิ่งที่ทำให้หนู หาคำอธิบายไม่ถูกค่ะ
กายสุดท้าย เป็นองค์พระ องค์ใหญ่ที่สุด กายที่ 18 ใหญ่ที่สุด ใส และสว่างเท่ากับพระอาทิตย์เป็นล้านๆๆๆ ดวงเลยค่ะ แต่เป็นพระอาทิตย์ที่สบายตา หนูก็บอกพระอาจารย์ ท่านจึงให้หนูนั่งดู 18 กายให้ครบ 10 เที่ยว วันนี้หนูนั่งครบ 10 เที่ยวแล้วค่ะ หนูไม่เหนื่อยเลย หนูรู้สึกเข้าไปไม่พอค่ะ เพราะอยากไปอีกเป็นล้านๆๆๆ เที่ยว เพราะเวลาเข้าไปในองค์พระ ข้างใน สว่าง สบายตา และมีความสุข
คุณครูเบญจา ปัญญาคม อายุ 53 ปี ครูดีเด่นแห่งเมืองย่าโม ที่ได้ย้ายไปตั้งรกรากไกลถึงเดนมาร์ค เธอมีทั้งชีวิตและวิญญาณของความเป็นครูที่หวังให้ศิษย์นั้นเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ทั้งเก่งและดี เธออยู่ไกลถึงเดนมาร์ค แต่เธอก็ได้พบกับคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง...