ด้วยความที่น้องอุ๋ยขี่มอร์เตอร์ไซค์มีคลัชไม่ถนัด จึงเกิดการผิดจังหวะขึ้น แล้วรถก็พุ่งตรงเข้าไปชนเสาไฟฟ้าอย่างแรง ร่างกายซีกขวาของเธอกระแทกกับเสาไฟฟ้าเข้าไปเต็มๆ แล้วทั้งคนทั้งรถก็กระเด้งตกลงไปในคลอง เธอบอกว่า “มันเป็นวินาทีเฉียดตาย แต่รู้สึกเหมือนรถมันกระเด้งจากเสาไฟลงไปในน้ำ ว่ายน้ำก็ไม่เป็น หนูเลยพยายามตะเกียกตะกาย พอดีมีคนมาเห็น เขาจึงได้ลงมาช่วย”
ผู้นำรถหัวใจทองคำที่นี่ เขามีจิตใจกว้างใหญ่เหมือนดังทะเล เพราะการทำหน้าที่ของผู้นำรถที่นี่เรียกได้ว่า ถึงไหนถึงกัน ที่ไหนยังไปไม่ถึงก็ไม่มีปล่อยเอาไว้ จะอยู่ลึกอยู่ไกลไม่ใช่อุปสรรค ลุยกันสะบั้นหั่นแหลก ตั้งเป้าเพียงอย่างเดียว คือ ตามลูกหลานของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯมางานกฐินครั้งนี้ให้ได้ และงานนี้ก็เรียกได้ว่าลุยกันทุกเพศทุกวัย ทั้งคนหนุ่มคนสาว ผู้เฒ่าผู้แก่
คุณแม่ก็บอกว่า “มันจะเอารถไปได้ยังไง หลวงปู่...ท่านนั่งอยู่ในรถ” แล้วคุณแม่ก็บอกให้น้องไอซ์นึกถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ นั่งสมาธิแล้วอธิษฐานจิตกับพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ คุณแม่บอกว่า “มั่นใจว่ายังไงก็ต้องได้คืน” ทุกคนก็ช่วยกันอธิษฐานจิตตลอด คุณป้าอธิษฐานว่า “ขออานุภาพของหลวงปู่ ให้หลานสาวได้รถคืนภายใน 24ชั่วโมงด้วยเถิด”
ตั้งแต่นั้นมาป้าจวบก็พกพระของขวัญติดตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะออกไปไหน ไปจ่ายตลาด หรือไปขายข้าวแกงไม่เคยให้ห่างจากตัวเลย และเมื่อป้าจวบกับลูกสาวได้รู้ว่า คุณครูไม่ใหญ่กล่าวว่า “พระของขวัญนี้ท่านมีชีวิต ไปไหนมาไหนได้ แล้วที่สำคัญท่านมีเจ้าของ” ทั้งคู่ก็ถึงกับอึ้ง ทึ่ง และก็ขนลุกไปตามๆกัน และถ้ามีโอกาสทั้งสองแม่ลูกก็อยากจะมาร่วมงานทอดกฐินหลวงปู่ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2551 นี้ด้วย
ทรัพย์สินต่างๆที่อยู่ในบ้านแท้ๆ โจรยังเอาไปไม่ได้ ซึ่งในตอนเกิดเหตุนั้น ขนาดยังไม่ได้หล่อรูปเหมือนทองคำ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯเลย เป็นเพียงบุญที่เราปลื้มปีติ เลื่อมใสศรัทธาที่จะได้หล่อรูปเหมือนของท่านด้วยทองคำเท่านั้น บุญนี้เมื่อถวายถึงมือพระเดชพระคุณหลวงพ่อแล้ว สมบัติของเราก็ไม่วิบัติ ถ้าเราไม่ได้ทำบุญครั้งนั้น ไม่รู้ว่าตอนนั้นสมบัติของเราจะเป็นอย่างไร