ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล ณ ชนบทแคว้นโกศลมีหมู่บ้านชาวประมงประมาณ 1,000 ครอบครัว อาศัยอยู่ด้วยความผาสุกตลอดมา ครั้นต่อมาหญิงคนหนึ่งในหมู่บ้านได้ตั้งครรภ์ นับตั้งแต่นั้นมาทุกครอบครัวต่างก็ทำมาหากินฝืดเคืองลำบากมากขึ้นตามลำดับ
พุทธสุภาษิต วันนี้ "อรติ โลกนาสิกา ความริษยา เป็นเหตุให้โลกพินาศ" พุทธศาสนสุภาษิต ที่บัณฑิตควรศึกษาไว้...
การที่คุณเป็นคนขี้อิจฉาริษยาชาวบ้านนั้น เพราะคุณเป็นรองเขาเรื่อยมา เหตุลึกๆ ที่ทำให้คุณเป็นคนต่ำต้อย น้อยหน้าเป็นรองคนอื่น เพราะคุณมีบุญเก่าติดตัวมาน้อย
คนที่มีนิสัยขี้อิจฉา แสดงว่าบุญน้อยแล้วยังไม่สำนึก ไม่มีอำนาจวาสนาแล้วยังไม่พอ เกิดกี่ชาติๆ ก็ไม่มีทางเจริญรุ่งเรืองได้ ความอิจฉาริษยานี้ จะตัดทอนกำลังที่จะนำไปสร้างบุญต่อได้มาก
การปลูกฝังมุทิตาจิตไว้มากๆ จะช่วยกำจัดความอิจฉาริษยาลงได้ ถ้าเห็นใครได้ดีกว่าเรา ให้รีบนึกถึงบุญเลยว่า เขาคงทำบุญมาดีกว่าเรา เขาถึงได้ตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ไป ให้รีบยินดีกับเขา
ตอนที่เธอเกิดมา คนในครอบครัวต่างเข้าใจว่า เธอคือคุณป้า (พี่สาวของคุณพ่อ) ที่ตายไปแล้วมาเกิด คุณปู่กับคุณย่าจึงรักเธอเหมือนลูกของท่านเอง เธอมีพี่สาวบุญธรรมคนหนึ่ง ซึ่งคุณปู่คุณย่า รับมาเลี้ยงด้วยความสงสาร ทั้งๆที่เธอมีชีวิตเพียบพร้อมกว่า แต่เธอก็อดที่จะรู้สึกอิจฉาพี่สาวบุญธรรมคนนี้ไม่ได้...ทุกเรื่องราวล้วนมีเหตุทั้งสิ้น เธอคือคุณป้ามาเกิดใหม่หรือไม่ ทำไมเธอจึงรู้สึกไม่ดีดังกล่าวกับพี่สาวบุญธรรม...ที่นี่...มีคำตอบ
วันหนึ่ง เสนกะได้แอบปรึกษาหารือกับปุกกุสะ กามินทะ และเทวินทะ ว่าทำอย่างไรจึงจะกำจัดมโหสถได้ มิเช่นนั้นพวกตน ก็จะเหมือนวัวแก่ที่ไม่มีค่าแก่การเทียมเกวียน เสนกะได้ออกอุบายด้วยการแอบไปลักขโมยพระจุฬามณีของพระราชา ให้ท่านปุกกุสะไปขโมยสุวรรณมาลา...
ปมปัญหาต่อมาของลูกก็ คือ การไม่มีลูกเจ้าค่ะ ลูกกับสามีอยู่ด้วยกันมา 11 ปีแล้ว แต่ไม่มีลูก ทั้งที่ลูกอยากมีลูกมาก คิดว่าครอบครัวจะสมบูรณ์ได้ต้องมีลูกเท่านั้น จึงนั่งฟุ้งซ่าน ร้องห่มร้องไห้ ร้องเป็นอาชีพเลย แถมทั้งดื่มเหล้าเมามายเป็นว่าเล่น เวลาเจอเด็กเล็กๆ ก็ร้องไห้ ลูกรู้สึกทรมานใจมากเพราะอยากมีกับเขาบ้าง