“ความโกธร” คือ สภาวะทางอารมณ์ที่รุนแรง มักเกิดขึ้นจากความไม่พอใจในสิ่งที่มากระทบใจ ความโกธรแม้ไม่มีตัวตน
บุคคลฆ่าความโกรธได้ย่อมอยู่เป็นสุข เมื่อฆ่าความโกรธได้แล้วย่อมไม่เศร้าโศก พระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมสรรเสริญ การฆ่าความโกรธ อันมีรากเป็นพิษมียอดหวาน เพราะบุคคลฆ่าความโกรธนั้นเสียแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก
บุคคลใดไม่มีความโกรธภายในจิตใจ และก้าวล่วงภพน้อยใหญ่มีประการเป็นอันมากเสียได้ เทวดาทั้งหลายไม่อาจเล็งเห็นวาระจิตของบุคคลนั้น ผู้ปลอดภัย มีสุขไม่มีโศก
ดูก่อนภิกษุ ขึ้นชื่อว่าความโกรธ เธอควรจะห้ามเสีย อันความโกรธเห็นปานนี้ ที่จะทำประโยชน์ให้ในโลกนี้และโลกหน้าเป็นไม่มี เธอบวชในศาสนาของพระพุทธเจ้าที่ไม่โกรธแล้ว เหตุไรจึงยังโกรธเล่า
ความโกรธเหมือนระเบิดที่คอยทำร้ายตัวเองแล้วค่อยลุกลามไปทำลายสิ่งแวดล้อม ผู้โกรธก็เหมือนกันจะคอยทำให้ตัวเองทุกข์ใจก่อนแล้วค่อยๆ ทำให้คนอื่นรอบข้างทุกข์ใจตามเช่นกัน ความโกรธนั้นไม่ดีเลย แต่ในเมื่อเรายังมีกิเลสยังไม่สามารถกำจัดความโกรธไปได้เราลองมาเปลี่ยนความโกรธให้เป็นการสื่อสารอย่างสันติ
คำคมสอนใจกับธรรมะใสๆ ที่ให้แง่คิดมุมมองดีๆ กับชีวิต สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น
ความโกรธย่อมเกิดขึ้นแก่คนพาล ผู้โฉดเขลาไม่รู้จริง เพราะความแข่งดี แม้เขาก็ถูกความโกรธนั้นเผาลนใจให้เร่าร้อน ความโกรธเจริญขึ้นแก่ผู้ใด ก็เป็นดุจไฟเจริญขึ้นในกองหญ้าและไม้ ยศของบุคคลนั้นย่อมเสื่อมไป เหมือนพระจันทร์ข้างแรมฉะนั้น ส่วนความโกรธของผู้ใดสงบลงได้ ประดุจไฟที่ไม่มีเชื้อ ยศของผู้นั้นย่อมเต็มเปี่ยม เหมือนพระจันทร์ข้างขึ้น ฉะนั้น
คนผู้โกรธย่อมประพฤติในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ย่อมไม่รู้จักความเจริญ ย่อมมีภัยที่เกิดขึ้นแล้วในภายใน แต่คนผู้โกรธนั้นย่อมไม่รู้สึก เพราะคนโกรธย่อมไม่รู้อรรถ ไม่เห็นธรรม และย่อมขาดสติ จึงพลั้งพลาดไปก่อกรรมทำเข็ญ ภายหลังเมื่อหายโกรธแล้ว เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้
คำถาม : ขอพระอาจารย์ช่วยแนะนำเคล็ดลับวิธีพลิกความโกรธให้เป็นความเมตตาด้วยค่ะ