มีประโยคหนึ่ง ที่ผู้เป็นพ่อรำพึงออกมาว่า ที่เขาไม่ยอมบวชก็คงเป็นเพราะผมไม่คอยบอกไม่เคยสอนเรื่องการบวชแก่เขา.....แม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่เคยคิดอยากบวช...อย่างนี้นี่เอง พ่อแม่คือต้นแบบทั้งทางร่างกาย และจิตใจให้แก่ลูกจะนำมาซึ่งหนทางของสวรรค์ หรือ อบายก็ได้
ชายคนหนึ่งป่วยเป็นหนัก ได้รับทุกขเวทนาเป็นอย่างมาก จนตัวเขาเองเรียกร้องหาความตาย ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานนั้น พระน้องชายได้มาโปรดเขา และแนะนำให้สร้างพระธรรมกาย ประจำตัว...ความอัศจรรย์ได้บังเกิดขึ้น ชายผู้น่าสงสารมีอาการดีขึ้นจนหายเป็นปกติ บุพกรรมใด ทำให้เขาต้องมารับทุกขเวทนาเช่นนี้ หากไม่ได้สร้างองค์พระ เขาจะเป็นอย่างไร...มาร่วมกันศึกษาอานุภาพของการสร้างพระธรรมกาย ประจำตัว ในแบบของโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
ครั้นแล้ว มโหสถก็คิดหาอุบายได้อย่างหนึ่ง จึงได้เรียกสุวโปดกมา เพื่อมอบหมายภารกิจครั้งสำคัญ “มาถูระ เจ้าผู้มีปีกเขียวขจี มานี่เถิดลูกรัก” เจ้าสุวโปดกได้ยินเสียงร้องเรียกของมโหสถ ก็ดีอกดีใจ รีบบินร่อนออกจากกรงทอง ลงมาเกาะอยู่ที่คอน พลางส่งเสียงร้องทักทายด้วยภาษามนุษย์ว่า “นายของบ่าว นายผู้เป็นที่รักยิ่งของบ่าว มีสิ่งใดให้บ่าวรับใช้หรือขอรับ”
หากแต่การเป็นครูบนดอย ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ครูอี๊ดและครูไก่กลับต้องพบเจอปัญหาและอุปสรรคมากมาย ในการทำหน้าที่ครูผู้ให้แสงสว่าง ณ โรงเรียนแห่งนี้ เช่น ปัญหาที่เกิดจากเด็กๆ ชาวบ้าน และที่ร้ายกว่านั้นก็คือ ปัญหายาเสพติด ซึ่งทำให้ผู้ค้ายาเสียผลประโยชน์ และคิดหาวิธีการที่จะกำจัดครูทั้งสองให้พ้นทางไป
โดยเฉพาะคุณครูที่อยู่ในท้องที่ที่ห่างไกลตามอำเภอต่างๆ ซึ่งเขาไม่เคยได้รับน้ำใจส่วนนี้จากใครเลย เพราะฉะนั้นเมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ได้มอบกองทุนนี้แก่คุณครู เขาก็ดีใจมากเลยนะครับ ที่อย่างน้อยยังมีคนคอยช่วยเหลือ ให้กำลังใจคุณครูและเห็นความยากลำบากของพวกเรา
กาเมื่อรู้ว่าตนเองตกอยู่ในอันตรายเสียแล้ว ก็ส่งเสียงดังให้งูมาช่วยโดยด่วน งูรีบแผ่พังพานทำท่าจะพ่นพิษร้ายใส่ปูทอง แต่ปูทองกลับใช้ความว่องไว อ้าก้ามอีกข้างหนึ่งหนีบคองูไว้ เมื่องูตกอยู่ในอันตรายก็พิจารณาว่า "ธรรมดาปูจะไม่กินเนื้อกาและเนื้องู แต่เพราะเหตุอะไรหนอ ปูตัวนี้จึงหนีบเราและกาไว้"